จังหวัดเชียงราย (ต่อ)

กิจกรรมด้านปศุสัตว์ของจังหวัดเชียงรายประกอบด้วยชนิดสัตว์เลี้ยงที่สำคัญต่างๆคือ

  1. โคเนื้อ มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในเขตอำเภอเมืองเชียงราย
  2. โคนม มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในอำเภอแม่ลาว
  3. กระบือ มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในเขตอำเภอแม่จัน
  4. สุกรมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า
  5. ไก่ มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในเขตอำเภอพาน

ปริมาณการเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญ ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2558พบว่า ปริมาณการเลี้ยงโคเนื้อ โคนม และกระบือ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเพราะเกษตรกรหันไปทำการเกษตรและประกอบอาชีพอย่างอื่นมากขึ้น  ในขณะที่สุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ มีปริมาณเพิ่มขึ้น

สำหรับการประมงในจังหวัดเชียงรายเป็นการเลี้ยงสัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำในเขตจังหวัดเชียงราย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(1) การเลี้ยงสัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ

ในเขตจังหวัดเชียงราย มีแหล่งน้ำธรรมชาติประมาณ 1,700 แห่ง  โดยแหล่งน้ำสาธารณะที่ใหญ่ที่สุด คือ หนองหลวง อยู่ในเขต ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย และตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย อ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุด คือ “อ่างเก็บน้ำแม่ต๊าก”อยู่ในเขตตำบลดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ปลาที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติได้แก่ ปลานิล ตะเพียน นวลจันทร์ สร้อยขาว ดุก ช่อนบู่ ยี่สกเทศ กด สวาย ค้าว แค้ แกง ไน หมอ ตอง หมู สลิด สังกะวาด แขยง เพี้ยกระแห เนื้ออ่อน บึก ฉลาด จีน ข้างลาย และซิว ปริมาณที่จับได้ในปี 2558 คิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,500 ตัน มีมูลค่ารวม 200 - 250 ล้านบาท  ผลผลิตสัตว์น้ำที่จับได้ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน

(2) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด

ในปี 2558 มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ รวม 20,144 ราย จำนวนบ่อเลี้ยงปลา 33,488 บ่อ คิดเป็นเนื้อที่ 31,486.15 ไร่ โดยแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอพาน เนื่องจากมีระบบชลประทานแม่ลาวรองรับ และมีการจัดตั้งสหกรณ์/กลุ่ม/ชมรม ที่ประกอบกิจการด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบครบวงจร รวม 14 แห่ง มีสมาชิกรวม 1,990 ราย เลี้ยงปลาเชิงพาณิชย์มีผลผลิตจำหน่ายออกสู่ตลาดเฉลี่ยวันละประมาณ 40 - 45 ตัน การเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ ร้อยละ 65 เป็นการเลี้ยงในระดับเพื่อการยังชีพ อาศัยน้ำฝน และอีกร้อยละ35 เป็นการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ ชนิดสัตว์น้ำจืดที่เลี้ยงส่วนใหญ่ เป็นปลานิลประมาณร้อยละ 50 ปลาดุก ประมาณร้อยละ 30 และสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เช่น กุ้งก้ามกราม ตะเพียน นวลจันทร์ ยี่สกเทศ และกบ ประมาณร้อยละ 20 ในปี 2558 มีปริมาณผลผลิตจากการเลี้ยงรวม 33,150 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1,500 ล้านบาท  นอกจากนี้ จังหวัดเชียงรายยังเป็นแหล่งเลี้ยงของกุ้งก้ามกราม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเทิง และ อำเภอแม่จัน  มีกำลังผลิตประมาณ 250 ตัน/ปี

(3) การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำในเขตจังหวัดเชียงราย ในปี 2558 มีฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ รวม 25 ฟาร์ม มีฟาร์มเพาะพันธุ์ปลานิลแปลงเพศที่ อำเภอพาน  และฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาบึก ปลาเทโพ และ ปลาเทพา ที่อำเภอเวียงชัย  จำนวนลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่ผลิตออกจำหน่ายในปี 2558 ประมาณ 100 ล้านตัว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 21 ล้านบาท พันธุ์สัตว์น้ำที่จำหน่าย คือ ปลานิล ปลาดุก กบ ตะเพียน นวลจันทร์ และยี่สกเทศ เป็นต้น ลักษณะฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำมี 2 แบบ คือ

  • รูปแบบที่ 1      ทำการเพาะพันธุ์ลูกปลาเอง มีบ่อพ่อแม่พันธุ์ บ่อเพาะ และบ่ออนุบาล
  • รูปแบบที่ 2      ซื้อลูกปลาจากแหล่งอื่นมาอนุบาล และขุนให้ได้ขนาดแล้วจำหน่าย ลูกพันธุ์ปลาที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 จำหน่ายให้แก่ผู้เลี้ยงปลาภายในจังหวัดเชียงราย ร้อยละ 8 จำหน่ายให้จังหวัดใกล้เคียง คือ น่าน และเชียงใหม่  อีกร้อยละ 2 จำหน่ายให้ประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่าและลาว

ในภาพรวม ผลผลิตสัตว์น้ำที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ในปี 2556 มีผลผลิต 32,366 ตัน ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 32,751 ตัน และลดลงในปี 2558 เหลือ 31,805 ตัน  ส่วนเนื้อที่เพาะเลี้ยงในปี 2556 มี 30,565 ไร่  เพิ่มขึ้นในปี 2557 – 2558 เป็น 33,782 ไร่  เพราะจังหวัดเชียงรายมีการส่งเสริมการทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์และนำมาจำหน่ายในตลาดเกษตรกร เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพ

การวิเคราะห์เปรียบเทียบเนื้อที่เพาะเลี้ยงและผลผลิตสัตว์น้ำที่สำคัญ ปี พ.ศ. 2556 - 2558พบว่า ในภาพรวมมีอัตราการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน คือ ปลานิลมีแนวโน้มลดลงจากปี 2556 - 2557 และเพิ่มขึ้นในปี 2558 มีเนื้อที่เพาะเลี้ยง 28,905 ไร่ และมีผลผลิต 23,730 ตัน เพราะเป็นที่นิยมเลี้ยงของประชาชนผู้เลี้ยงเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้  ส่วนการเลี้ยงปลาดุกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2556-2557และลดลงในปี 2558มีเนื้อที่เพาะเลี้ยง 3,442ไร่ และมีผลผลิต 7,820ตัน ส่วนกุ้งก้ามกรามมีเนื้อที่เพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นในปี 2558เป็น 1,435ไร่  ส่วนผลผลิตลดลงเหลือ 255ตัน ปริมาณเนื้อที่บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของปี พ.ศ. 2556 - 2558ในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในหลายเนื้อที่ของจังหวัดเชียงรายเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ เกิดภัยแล้ง จึงไม่สามารถทำการประมงได้อย่างเต็มที่

มูลค่าผลิตผลสัตว์น้ำจืดสำคัญตั้งแต่ปี 2555 - 2558  มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 มีมูลค่ารวม 1,721 ล้านบาท  โดยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด มีมูลค่า 1,500ล้านบาท การจับสัตว์น้ำจืด200ล้านบาท และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด 21 ล้านบาท เนื่องจากมีการเพาะเลี้ยงกันมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้จำหน่ายได้มากขึ้น เป็นผลทำให้มีมูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งสัตว์น้ำจืดสามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าเก็บไว้ได้นาน