ความสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร จากอดีตถึงปัจจุบัน

ตอนที่ 8 

นโยบายไทยแลนด์ฟู้ดวัลเล่ย์(Thailand Food Valley: TFV) เป็นนโยบายที่เน้น การนำ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน. ไปใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร เริ่มต้นโครงการนี้ ได้กำเนิดขึ้น ในปี 2555 ซึ่งเป็นการบูรณาการตาม MOU แบบ Public Private Partnership Program ระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมุ่งเน้นยกระดับกลุ่มอาหาร 3 พื้นที่ ในประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางตอนล่าง ต่อมาในปี 2556 มีการจัดตั้งคณะกรรมการไทยแลนด์ฟู้ดวัลเลย์ขึ้น ประกอบด้วยคณะกรรมการหลักจากภาครัฐ 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และจากภาคเอกชนนำโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากสถาบันการศึกษา ซึ่งยุทธศาสตร์ TFV นี้ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้ 1.บูรณาการเครือข่ายคลัสเตอร์เกษตรและอาหารในเครือข่ายทุกระดับ 2.วิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากวิทยาการและเทคโนโลยีด้านเกษตรอาหารให้รองรับความต้องการของตลาด  3.สร้างขีดความสามารถของเครือข่ายในการวิจัย ถ่ายทอด ประยุกต์ใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.บริหารจัดการและถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อประยุกต์ ใช้งานวิจัยในเชิงพาณิชย์

การพัฒนาเชิงพื้นที่และสินค้าเป้าหมาย ในประเทศคือ มุมมองในการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาทุกองค์ประกอบ ในพื้นที่เป้าหมายเป็นหลัก ซึ่งจะส่งเสริมการพัฒนาสินค้า ที่หลากหลายในพื้นที่ และส่งเสริมการพัฒนาในทุกด้าน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยอาจมีการกำหนดขอบเขตของ พื้นที่ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น จังหวัด กลุ่มจังหวัด เขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของพื้นที่และเป้าหมายในการพัฒนา ทั้งนี้ผู้ที่ใช้มุมมอง การพัฒนาเชิงพื้นที่ในการวาง แผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนา พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งนั้น จะเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาท หน้าที่หลักในการพัฒนาพื้นที่โดยรวม เช่น กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น โดยการพัฒนามีการรวมกลุ่มทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เป็นเครือข่ายในพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการพัฒนาโดยแนวทางการพัฒนาพื้นที่ สามารถมองเป็น2 แนวทาง คือ 1) การใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบเชิงพื้นที่ (Comparative Advantage) คือ การคัดเลือกพื้นที่และสินค้าที่มีศักยภาพ และส่งเสริมการพัฒนาเพิ่มมูลค่า 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าที่ได้รับการ คัดเลือก โดยไม่ต้องอาศัยความได้เปรียบเชิงพื้นที่

การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอาหาร ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนนี้ มีความคิดพื้นฐานของสภาพเศรษฐกิจ สังคม วิถีการผลิตสินค้าที่เป็นอาหารภายใต้บริบทของแต่ละจังหวัดเป็นสำคัญ โดยใช้กรอบการศึกษาจากนโยบายรัฐ แผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน และตามศักยภาพ ความพร้อม และโอกาสของผู้ประกอบการในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด  ที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายชาติ