ความสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร จากอดีตถึงปัจจุบัน

ตอนที่ 5

ในช่วงตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ภาวะเศรษฐกิจของประเทศได้เข้าสู่ช่วงการเติบโตหลังจากประสบภาวะชะงักงันในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ โดยประเทศไทยมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ไหลเข้ามาถึง 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของกลุ่มประเทศน่าลงทุนของโลก ทำให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมอาหารต่างได้รับอานิสงส์ เกิดการจ้างงานและขยายตัวของภาคการผลิตในประเทศอย่างมาก ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก (Kitchen of the World) โดยมุ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อให้มีการขยายตัวของร้านอาหารไทย ส่งเสริมให้อาหารไทยเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยรายใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก

เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ในอดีตสินค้าเกษตรขั้นปฐมเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ อันเป็นผลจากนโยบายเร่งรัดพัฒนาอุตสาหกรรมในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 3 ที่เน้นการผลิตสินค้าขั้นปฐมเท่านั้น ยังขาดการวางแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอย่างเป็นระบบทำให้การพัฒนาภาคการเกษตรของไทยถูกละเลย การผลิตขาดประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการชะงักงันในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร แต่ในช่วงของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6 และ 7 รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนมากขึ้นในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกสินค้าด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมภาคการเกษตรของไทย และเน้นการใช้เทคโนโลยีและการจัดการผลผลิตที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น จึงสามารถยกระดับการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรได้ระดับหนึ่ง ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 7 ของโลก รองจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา บราซิล จีน แคนาดา และอาร์เจนตินา โดยมีส่วนแบ่งในตลาดโลก ประมาณร้อยละ 2.4 (ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร,2550)

อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่ภาครัฐให้ความสำคัญมาโดยตลอดในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยได้กำหนดให้อุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและถูกหยิบยกขึ้นมาพัฒนาศักยภาพโดยตรง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้กำหนดให้อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมหลักที่จะต้องให้การส่งเสริม มีการให้สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและสอดรับกับสถานการณ์ความต้องการของนักลงทุน และเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวยกับการลงทุนทั้งในด้านของสาธารณูปโภคและพื้นฐานทางเทคโนโลยี ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีเจ้าของเป็นคนไทย แต่ในส่วนโรงงานขนาดใหญ่ที่เน้นผลิตอาหารแปรรูปเพื่อการส่งออก ส่วนมากจะเป็นการลงทุนของต่างชาติหรือการร่วมลงทุนจากต่างชาติเป็นหลัก จากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปี 2550 พบว่า เงินลงทุนรวมของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารของ ไทยมีมูลค่าประมาณ 610,904 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนที่มุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรขั้นต้นและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรขั้นต้น เช่น การบรรจุกระป๋อง เป็นต้น

……………………………………