แรงงานนอกระบบ7

สถานการณ์แรงงานนอกระบบจังหวัดเชียงราย

สรุปและข้อเสนอแนะ (1)

 

            การวิจัยเชิงสำรวจสถานการณ์แรงงานนอกระบบ จังหวัดเชียงราย ได้กำหนดให้มีกลุ่มตัวอย่างประมาณ 6,200 ราย วัตถุประสงค์หลักของการสำรวจคือต้องการทราบถึงลักษณะประชากรที่เป็นแรงงานนอกระบบ  อะไรคือปัญหาที่กลุ่มแรงงานนอกระบบเผชิญอยู่ในปัจจุบัน และแรงงานนอกระบบมีความต้องการอะไรที่คาดว่าปัจจุบันจะมีผู้ที่อยู่ในเกณฑ์การเป็นแรงงานนอกระบบมากกว่า 500,000 คน 

1.ผลการศึกษาโดยรวมพบว่าแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาขั้นประถมศึกษา และนับถือพุทธศาสนา ส่วนใหญ่มีอายุ ระหว่าง 35 -59 ปี ถึง ร้อยละ 65.62 และพบว่ามีผู้สูงอายุที่มีอายุกว่า 60 ปีขึ้นไป ถึง ร้อยละ 22.03 ผลการสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุยังคงทำงานของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานในภาคเกษตรกรรม โดยนัยของการเป็นแรงงานนั้น ผู้ที่มีอายุมากสมควรที่จะต้องยุติการทำงานหรือเป็นผู้เกษียณอายุ

            2. ผู้เป็นแรงงานนอกระบบทั้งหมดเป็นผู้พิการ ร้อยละ 2.27   ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีบัตรประจำตัวถึงร้อยละ  74.46 ความพิการทางสายตาสูงเป็นอันดับแรก รองลงมาคือการได้ยิน ส่วนความพิการด้านอื่นๆ คือพิการทางร่างกาย

            3. แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่จะทำงานประกอบธุรกิจ ส่วนตัวที่ไม่มีลูกจ้าง โดยทำงานด้วยตนเองหรือมีสมาชิกในครอบครัวช่วยทำงานมากที่สุด  ลักษณะงานที่ทำส่วนใหญ่จะอยู่ในภาค        ภาคเกษตรกรรมตามสภาพความเป็นจริงที่ จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองชนบทที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก นอกจากนี้จำประกอบอาชีพอื่นๆ เช่น รับจ้าง งานช่างฝีมือ ลูกจ้างส่วนราชการ ค้าขาย พนักงานเอกชนห้างร้าน

            4. การทำงานของแรงงานนอกระบบมีทั้งรายชิ้น รายเดือน และรายวัน การทำงานทั้งหมดเมื่อพิจารณาถึง ช่วงระยะเวลาการทำงานต่อชั่วโมงนั้น ส่วนใหญ่จะทำงานตามเกณฑ์ คือ 8 ชั่วโมง มากที่สุด โดยไม่มีการระบุว่าต้องทำกี่ชั่วโมงต่อวัน ผลการสำรวจดังกล่าวอธิบายได้ว่าการทำงานที่ส่วนใหญ่ทำงาน 8 ชั่วโมงคือเป็นการประมาณระยะเวลาที่ทำต่อวัน เช่นผู้ที่ประกอบอาชีพส่วนตัว ทำงานอิสระเป็นนายตัวเองก็มิได้ระบุว่าต้องทำมากน้อยเท่าใด เมื่อเหน็ดเหนื่อยก็สามารถหยุดทำงานได้ เช่นเดียวกับการมีวันหยุดพักผ่อนในหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่มีการระบุวันที่ต้องพัก เป็นการทำงานตามสะดวกแต่ก็พบว่าการสอบถามเช่นนี้จะระบุหากต้องทำงานประจำ รายวัน หรือรายเดือนที่นายจ้างจะอนุญาตให้พักได้ ส่วนบางคนจะตอบว่าไม่เคยมีวันหยุด หรือบางครั้งก็อาจสามารถหยุดได้มากกว่า 5 วันขึ้นไป เพราะเป็นธุรกิจส่วนตัว ส่วนใหญ่กลุ่มแรงงานนอกระบบจะทำงานในอาชีพปัจจุบันระหว่าง 11-20 ปีมากที่สุด รองลงมาคือต่ำกว่า 10 ปี

            5. รายได้จากการทำงานต่อชิ้น จำได้รับค่าตอบแทนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่รับมา แต่รายได้ที่รับต่อวันทั้งงานธุรกิจส่วนตัวหรือรับจ้างจะมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 500 บาท ต่อวัน มากที่สุด ส่วนรายได้ต่อเดือนแรงงานนอกระบบจะมากกว่า 5,000 ขึ้นไป มากที่สุด

            6. ผู้ที่เป็นแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ไม่เป็นสมาชิกองค์กรใดๆ ผู้ที่เป็นสมาชิกจะเป็นสมาชิกในกลุ่มที่มีอยู่ในเขตอำเภอที่เป็นทั้งกลุ่มอาชีพ กลุ่มที่จัดตั้งโดยภาครัฐ กลุ่มการเงินและการออกทรัพย์ กลุ่มทางสังคม กลุ่มสวัสดิการ เป็นต้น  จากการสอบถามเพื่อทราบการเป็นสมาชิกโดยให้ระบุ พบว่า แรงงานนอกระบบจะเป็นสมาชิกในกลุ่มเกษตรกรมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มแม่บ้านและกลุ่มสตรี ส่วนกลุ่มอาชีพต่างๆ ค่อนข้างมีความหลากหลาย เช่น เป็นสมาชิกกลุ่มแปรรูปอาหาร  กลุ่มทอเสื่อ กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า กลุ่มจักสาน เป็นต้น

            7. การเป็นสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจนั้น แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิก ถึง ร้อยละ 81.55 ผู้ที่เป็นสมาชิกได้เป็นสมาชิกของกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ เช่น กลุ่มจักสาน ร้อยละ 28.82 กลุ่มแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 19.48 กลุ่มหัตกรรม ร้อยละ 18.76 กลุ่มผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า  และกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก การเข้าร่วมกลุ่มอาชีพเป็นปรากฏการณ์ทีดีเพราะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มแรงงานที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมมือสร้างสรรค์ธุรกิจให้กับตัวเองและกลุ่ม

            8. การเป็นสมาชิกและมีสิทธิด้านสวัสดิการ ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองนั้น แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะสามารถได้รับประโยชน์ เช่นกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มเกษตรสัมพันธ์ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มแม่บ้าน เป็นต้น

            9. เนื่องจากแรงงานนอกระบบสามารถเลือกกลุ่มองค์กรเพื่อได้สิทธิด้านสวัสดิการได้ จึงปรากฏว่าแรงงานทั้งหมดได้เลือกกลุ่มต่างๆ ตามความต้องการได้หลายแห่ง โดยกองทุนหมู่บ้านเป็นองค์กรที่เลือกมากที่สุด องค์กรรองลงมาคือธนาคารการเกษตรและสหกรณ์เพื่อกรเกษตร และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆเหล่านี้เป็นแหล่งพึ่งพิงของแรงงานในยามขัดสนเรื่องเงิน เพราะไม่มีสวัสดิการเช่นเดียวกับพนักงานของรัฐ ข้าราชการ หรือองค์กรธุรกิจที่มีสวัสดิการให้ลูกจ้าง

            10. ในด้านความปลอดภัยในการทำงานนั้น การทำงานของแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่เคยได้รับอุบัติเหตุจาการทำงานในอาชีพ ซึ่งเป็นลักษณะของการบาดเจ็บเกี่ยวกับการถูกมีดหรือของมีคมทิ่มแทง พลัดตกหกล้ม การขับขี่ยานพาหนะ และสารเคมี เป็นต้น นอกจากนี้ระบุว่าเกิดจากการที่ต้องนั่งนานๆ บ้างปวดกล้ามเนื้อ ที่เกิดจากการทำงาน

            11. การดูแลตนเองยามเจ็บป่วยของแรงงาน ส่วนใหญ่จะซื้อยากินเอง หรือไม่รักษาใดๆ เพราะคิดว่าจะหายไปเอง สำหรับคนที่รักษาจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน ซึ่งอาจเป็นอาการที่ไม่รุนแรงมาก

            12. การประเมินด้านสุขภาพโดยทั่วไปของแรงงานทั้งหมด ร้อยละ 89.15 ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพใดๆ อาการที่เจ็บป่วยเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆ  เช่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย เครียด กล้ามเนื้ออ่อนแรง และหูไม่ได้ยิน ปวดตา เป็นต้น

            13. ความเจ็บป่วยสามารถเกิดขึ้นทุกเมื่อ นอกจากปัญหาสุขภาพที่ไม่ค่อยมีนั้น แต่ความเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีปัญหา เป็นส่วนใหญ่ ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยได้ระบุว่า ต้องทำงานหนักมากเกินไป ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำงานไม่ตรงเวลาปกติทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ

            14. ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่แรงงานนอกระบบ เชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของความไม่ปลอดภัย คือการได้รับสารเคมีมากที่สุด การที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรหรือเครื่องมือที่เป็นอันตรายทั้งหลายมีส่วนทำให้ไม่ปลอดภัยจากการทำงาน นอกจากนี้ยังมีประเด็นสาเหตุอื่นๆเช่น ทำงานใกล้กับความร้อน ขับรถเป็นเวลานาน ที่ทำงานไม่สะอาด ทำงานช่วงเวลากลางคืน ฝุ่นละออง เป็นต้น