สถานการณ์แรงงานนอกระบบจังหวัดเชียงราย

แรงงานนอกระบบ 4

สถานการณ์แรงงานนอกระบบจังหวัดเชียงราย

            ผู้เขียนได้รับมอบหมายจากแรงงานจังหวัดเชียงรายให้วิจัยเชิงสำรวจเพื่อวิเคราะห์ สถานการณ์แรงงานนอกระบบจังหวัดเชียงราย  ใน 18 อำเภอ ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลในช่วงเดือน ธันวาคม 2559ถึงเดือนมีนาคม 2560โดยความร่วมมือจากศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบจังหวัดเชียงราย และสมาชิกอาสาในแต่ละอำเภอเป็นพนักงานสัมภาษณ์ ตามแบบสอบถามที่มีกรอบเนื้อหาจากการสำรวจเมื่อ ปี 2557ที่มีจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 1,800 ราย ในการสำรวจครั้งนี้ได้ปรับปรุงบางประเด็นที่สำคัญๆ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และ กลุ่มประชากรเป้าหมายกำหนดให้มีจำนวนมากขึ้นเป็น 6,200 ราย แต่ในการสำรวจครั้งนี้สมาชิกอาสาแรงงานนอกระบบในแต่ละอำเภอเป็นพนักงานสัมภาษณ์ ได้เก็บข้อมูลได้ จำนวน 6,210 คน เกินเป้าหมายจากเดิม ร้อยละ 0.16ซึ่งเป็นจำนวนน้อยมากจึงไม่คัดออก 

             หลักเกณฑ์ในการการเลือกกลุ่มประชากรตัวอย่างนั้น เนื่องจากกลุ่มอาสาของศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบมีความเข้าใจ เนื้อหาสาระ และความหมายของแรงงานนอกระบบ จึงสามารถเข้าใจถึงกลุ่มประชากรที่เป็นเป้าหมายของการสำรวจและผู้ที่จะถูกสัมภาษณ์ ที่เป็นผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายประกันสังคม เป็นบุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการ พนักงานมีเงินเดือนประจำ  แต่เป็นลูกจ้างในกิจการภาคเกษตร และประมง ลูกจ้างที่จ้างในลักษณะเป็นครั้งคราว หรือตามฤดูกาล ลูกจ้างที่ทำงานบ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระทั้งภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร ผู้รับงานไปทำที่บ้านและผู้รับจ้างทำของ

 ผลการศึกษา

            ส่วนที่ 1 ลักษณะประชากรแรงงานนอกระบบ

สรุปผลจากการสำรวจสถานการณ์แรงงานนอกระบบครั้งนี้เปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน มีดังนี้ ด้านลักษณะประชากรกลุ่มตัวอย่าง ครั้งนี้ พบว่า แรงงานนอกระบบเป็นคนไทยถึงร้อยละ 99.61 ที่เหลือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากเขตเมือง ในจำนวนแรงงานทั้งหมดนับถือพุทธศาสนา มากที่สุด ร้อยละ 97.04 และสมรสมีครอบครัว ร้อยละ 76.75 สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยแรงงานและเป็นแรงงานนอกระบบจะมีอายุ ระหว่าง 45-54 ปี มากที่สุด ร้อยละ 28.26 ซึ่งน้อยกว่าผลการสำรวจที่ผ่านมาเมื่อปี 2557 ที่มีสูงถึงร้อยละ 34.05 และการสำรวจครั้งนี้ มีแรงงานที่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไป มากถึง ร้อยละ 22.03 ชี้ให้เห็นว่าแรงงานที่เป็นผู้สูงอายุกำลังมีบทบาทมากในการทำงาน ขณะที่ผู้ที่อยู่ในวัยที่ร่างกายเข้มแข็งลดลง ซึ่งเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อนผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี มีเพียง ร้อยละ 11.94 เท่านั้น สำหรับความแตกต่างทางเพศ พบว่ามีจำนวนเกือบเท่ากัน ส่วนระดับการศึกษาพบว่า การสำรวจครั้งนี้ กลุ่มแรงงานนอกระบบ กว่าครึ่ง ร้อยละ 63.00 มีการศึกษาระดับประถมศึกษา เช่นเดียวกับการสำรวจครั้งก่อน สำหรับจำนวนสมาชิกในครอบครัว พบว่า กว่าครึ่งของประชากรทั้งหมด ยังมีขนาดเล็กคือ 3-4 คน มากที่สุด

            ส่วนที่ 2 ลักษณะความสมบูรณ์ของร่างการและจิตใจ

            ผลการประเมินโดยการสอบถามแรงงานนอกระบบถึงความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ ร้อยละ 97.73 เชื่อว่าตนเองมีความเป็นปกติ ส่วนผู้ที่ระบุว่ามีความพิการจะมีเพียง ร้อยละ 2.27 ซึ่ง การสำรวจครั้งก่อนจะมีผู้ที่เป็นผู้พิการ ถึง ร้อยละ 4.00 แต่การที่เป็นผู้พิการทางร่างกายของการสำรวจทั้งสองครั้งมีใกล้เคียงกัน เมื่อสอบถามด้วยคำถามปลายเปิดเพื่อให้ระบุถึงลักษณะความพิการต่างๆ พบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นอวัยวะที่ใช้เคลื่อนไหว เช่น แขน ขา มือ กระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งเป็นลักษณะของการใช้แรงงาน แม้ว่าจะมีผู้พิการเพียง 141คน แต่พบว่าในจำนวนนี้ มีเพียง 100คนหรือ ร้อยละ 73.52 ที่มีบัตรประจำตัวผู้พิการ

            ส่วนที่ 3 การประกอบอาชีพ

 เนื่องจากลักษณะการประกอบอาชีพของประชากรมีจำนวนมากโดยเฉพาะอาชีพที่อยู่นอกระบบการได้รับความคุ้มครองจากนายจ้างหรือองค์กรภาครัฐ ผลการสำรวจพบว่าแรงงานนอกระบบอันดับแรกส่วนมากทำงานประกอบธุรกิจส่วนตัวไม่มีผู้ว่าจ้างและไม่มีลูกจ้างประจำทำงานทุกอย่างด้วยตนเองหรือมีคนในครอบครัวช่วยบ้างบางครั้งมากที่สุด ร้อยละ 34.48ซึ่งมากกว่าผลการสำรวจที่ผ่านมาเล็กน้อย (ร้อยละ 31.38)  ส่วนการทำงานในกิจการของครอบครัว ทำไร่ ทำนา ลดลงจาก ร้อยละ 34.44จากการสำรวจครั้งก่อนเหลือเพียง ร้อยละ 29.47 ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการทำงานในไร่นา ลดน้อยลงไป สอดคล้องกับรายงานของจากเศรษฐกิจการพานิชรายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรครึ่งปีแรก 2559 หดตัวประมาณร้อยละ8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

แม้ว่าโดยภาพรวมของอาชีพที่ทำงานในกิจการของครอบครัว ทำไร่ ทำนาจะลดลงในการสำรวจครั้งนี้ แต่ลักษณะของงานที่แรงงานนอกระบบได้ทำอยู่ปัจจุบันยังคงมีจำนวนมากกว่าลักษณะการประกอบอาชีพอื่นๆ ถึง ร้อยละ 63.77 ที่มากกว่าการสำรวจครั้งที่ผ่านมา ที่สูงเพียงร้อยละ 5.16  การสำรวจพบว่าลักษณะงานค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่ลักษณะงาน การขายส่ง/ขายปลีก เป็นอันดับที่สองใกล้เคียงกันกับการสำรวจครั้งก่อน (ร้อยละ 7.01 กับ ร้อยละ 6.88) ตัวอย่างของลักษณะงานอื่นๆ เช่น ลูกจ้างชั่วคราวองค์กรของรัฐลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคลการก่อสร้างและการผลิต เป็นต้น

ตามกฎหมายแรงงานเวลาทำงานกำหนดไว้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าหากเป็นงานอันตรายตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง จะไม่เกิน7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 42ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนวันหยุดประจำสัปดาห์ ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ ยกเว้นลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยวัด ในการสำรวจครั้งนี้ การทำงานของแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.77 ทำงานภายใต้กฎหมายแรงงาน คือต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจครั้งก่อน จะทำงาน ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ร้อยละ 59.44 สาเหตุที่มีความแตกต่างกัน เพราะแรงงานนอกระบบมีความขยันมากขึ้นหรือเพราะถูกกำหนดให้ทำงานตามกรอบเวลาที่เป็นมาตรฐาน คือ 8 ชั่วโม อย่างไรก็ตามพบว่า แรงงานนอกระบบที่ทำงานวันละ 9-12 ชั่วโมง ในการสำรวจครั้งนี้เท่าๆกับการสำรวจครั้งที่ผ่านมา คือร้อยละ 16.02 กับ ร้อยละ 16.72 เช่นเดียวกับไม่มีการระบุเวลาว่าจะต้องทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน แต่จากการสำรวจพบว่ามีการระบุชั่วโมงการทำงาน ร้อยละ 14.86 ขณะที่การสำรวจครั้งก่อนนี้มีเพียง ร้อยละ 3.00 เท่านั้น