แรงงานนอกระบบ 2

แรงงานนอกระบบ 2

สถานการณ์ปัจจุบัน

            ปัจจุบัน แรงงานนอกระบบ คือ กำลังแรงงานที่สำคัญของชาติในฐานะที่เป็นแรงงานของประเทศ ต้องทำงานหนักและต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ นานา  เช่น ค่าตอบแทนจากการทำงานต่ำ มีงานทำไม่ต่อเนื่อง ขาดหลักประกันทางสังคม มีความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ รวมทั้งไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายแรงงาน เป็นต้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ การหาวิธีแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มแรงงานนอกระบบที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม

            สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จำแนกประเภทแรงงานนอกระบบไว้ว่า เป็นแรงงานที่ทำงานอิสระ หรือเป็นแรงงานที่ไม่ได้รับการคุ้มครองในระบบการประกันสังคมและสวัสดิการ ไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน มักได้รับค่าแรงต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ มีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานรายได้ที่ได้รับอาจจะเป็นไปตามจำนวนชิ้นงานที่ทำ ไม่มีความมั่น คงในการทำงาน และไม่มีสัญญาการจ้างงาน) และไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐ ได้แก่ คนงานที่ 1ทำงานไม่เต็มเวลา (part-time worker)คนงานที่รับงานไปทำที่บ้าน (home-based worker) คนงานที่ 1ทำงานแบบเหมาช่วง (sub-contract worker) และคนงานที่ทำงานระยะสั้น (short-time worker)

            สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงแรงงาน โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555-2559ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559)ที่มุ่งหวังให้สังคมไทยมีความสงบสุขเพิ่มมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงแหล่งทรัพยากร ให้การดูแลด้านสุขภาพของประชาชนโดยการลดอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ ป้องกันได้ สร้างรากฐานความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจโดยการเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจ 

            ในด้านแรงงาน ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมที่ให้กำลังแรงงานได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ การประกอบอาชีพ และมีความมั่น คงในการดำรงชีวิต รวมทั้งขยายหลักประกันทางสังคมให้ผู้อยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ นโยบายรัฐบาล ส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบสามารถเลือกและมีงานทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับสถานะ รวมทั้งการปรับปรุงแนวทางการขยายความคุ้มครองและส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจและเห็นประโยชน์ในการประกันตนของแรงงานนอกระบบ

            ผลการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2559 จากจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 38.3 ล้านคน พบว่าเป็นแรงงานนอกระบบร้อยละ 55.6 คือ ผู้มีงานทำแต่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน และอีก ร้อยละ 44.4 เป็นผู้ทำงานที่ได้รับความคุ้มครอง หรือมีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน หรือเรียกว่าแรงงานในระบบ การสำรวจตั้งแต่ ปี 2554 - 2559 พบว่า ในช่วงปี 2554-2556 แรงงานนอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 24.6 ล้านคน ในปี 2554 เป็น 25.1 ล้านคน ในปี 2556 ในขณะที่ปี 2557 เป็นต้นมา แรงงานนอกระบบมีแนวโน้มลดลงจาก 22.1 ล้านคน ในปี 2557 เป็น 21.3 ล้านคน ในปี 2559 เนื่องจากรัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญ และได้กำหนดมาตรการ นโยบาย รวมทั้งออกกฎหมายคุ้มครองและจัดสวัสดิการให้แก่แรงงานนอกระบบ เช่น การประกันสังคมตามมาตรา 40 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ใช้แรงงานรับใช้ในบ้าน เป็นต้น

            ระดับการศึกษาที่สำเร็จของแรงงานนอกระบบในปี2559 พบว่า ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษาร้อยละ 34.9 รองลงมาเป็น แรงงานนอกระบบที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 27.0 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ15.3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายร้อยละ13.7 และระดับอุดมศึกษาร้อยละ 9.1 ตามลาดับ อนึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า แรงงานนอกระบบที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามระดับการศึกษาของแรงงานนอกระบบในช่วงที่ผ่านมายังอยู่ในกลุ่มของผู้มีการศึกษาชั้นต้น

            ประเภทการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปี2559 แรงงานนอกระบบร้อยละ 54.8 ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม รองลงมาเป็น ภาคการบริการและการค้าร้อยละ 34.0 และภาคการผลิตร้อยละ 11.2 ตามลำดับ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา แรงงานนอกระบบที่ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ภาคการบริการและการค้า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

            ปัญหาของแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่แตกต่างกัน สำหรับปี2559 พบว่า แรงงานนอกระบบ ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือมากที่สุด คือ ปัญหาเกี่ยวกับค่าตอบแทนร้อยละ 52.8 การทำงานหนักร้อยละ 17.1 และงานที่ทำไม่ได้รับการจ้างอย่างต่อเนื่องร้อยละ 16.6 ที่เหลือเป็นอื่นๆ เช่น ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีวันหยุด

            สภาพแวดล้อมในการทำงาน ของแรงงานนอกระบบ พบว่า ส่วนใหญ่แรงงานนอกระบบประสบปัญหาเกี่ยวกับ อิริยาบถในการทำงาน(ไม่ค่อยได้เปลี่ยนลักษณะท่าทางในการทำงาน) ร้อยละ 46.8 มีฝุ่น ควัน กลิ่นร้อยละ 23.8 และมีแสงสว่างไม่พอร้อยละ 13.9 ที่เหลือเป็นอื่นๆ เช่น ที่ทำงานไม่สะอาด เสียงดัง ที่ทำงานคับแคบ ส่วนปัญหาจากความไม่ปลอดภัยในการทำงานที่แรงงานนอกระบบประสบเป็นส่วนใหญ่ คือ ได้รับสารเคมีเป็นพิษร้อยละ 60.6 เครื่องจักร เครื่องมือที่เป็นอันตรายร้อยละ 22.1 และได้รับอันตรายต่อระบบหู และระบบตา ร้อยละ 4.6