"แล้วแต่คุณหมอ"

1: Humannized health care/การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ (1) 

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์

"แล้วแต่คุณหมอ"

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยและญาติหลังจากได้ฟังคำอธิบายถึงโรคที่ป่วยและแนวทางการรักษา เมื่อแพทย์ถามความเห็นว่าจะเลือกรักษาหรือไม่ จะรักษาด้วยแนวทางใด มักจะตอบว่า"แล้วแต่คุณหมอ" ทำให้หมอบางคนไม่รู้จะรักษาต่ออย่างไรหรือจะทำอย่างไรดี

ทุกครั้งที่ผมเจอคำตอบแบบนี้ผมมักจะบอกผู้ป่วยว่าถ้าเป็นญาติของหมอเองหมอคงจะทำอย่างนี้นะ การที่เราคิดว่าผู้ป่วยเป็นญาติหรือคนสนิท คนที่เรารู้จักดีจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น เหมือนเช่นคนงานเปลเองที่กำลังเข็นผู้ป่วยไปส่งยังที่ต่างๆถ้าใครยังไม่เคยนอนบนเปลนอนแล้วให้เข็นไปตามที่ต่างๆจะไม่รู้หรอกว่ามันน่ากลัวเพียงใดทั้งกลัวตกและรู้สึกเวียนหัวเวลาเปลเหวี่ยงตอนเลี้ยวหรือสะดุ้ง เจ็บเวลาที่พื้นเปลี่ยนระดับโดยเฉพาะในยามที่เรากำลังเจ็บป่วยหรือกังวลเรื่องการเจ็บป่วยของเรา แต่ถ้าพนักงานเข็นเปลคนนั้นคิดว่าผู้ป่วยบนเปลเป็นญาติของตนเองเราคงจะต้องเข็นด้วยความระมัดระวัง นุ่มนวลเป็นที่สุด เวลาจะเลี้ยวหรือพื้นต่างระดับก็จะบอกให้ผู้ป่วยเตรียมตัวไว้ก่อนจะได้ไม่ตกใจ บางครั้งอาจชวนคุยเรื่องที่สนุกๆทำให้ผู้ป่วยคลายกังวลลงได้ เพียงแค่นี้ผู้ป่วยก็จะมีความสุขได้แม้กำลังอยู่ในรพ.  เราก็จะได้ชื่อว่าให้บริการด้วยใจ

ผมจะพูดบ่อยๆว่าพวกเรานั้นโชคดีได้ทำงานเป็นแพทย์ พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่รพ.ที่มีหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย ทำงานเลี้ยงชีพพร้อมกับได้บุญไปในเวลาเดียวกันเนื่องจากงานของเราเป็นการช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บ เราจึงควรทำให้ดีที่สุดอย่างเต็มความสามารถและด้วยความเต็มใจ ใครจะรู้ว่าสักวันหนึ่งเราอาจเป็นผู้ป่วยเองและในยามนั้นเราย่อมอยากได้แพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้การดูแลรักษาเราด้วยใจบริการที่เหมือนเราเป็นญาติคนหนึ่ง เราจึงควรทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อผู้ป่วยโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่เราเจ็บป่วยเองเสียก่อน

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่คุณหมออายุรกรรมคนหนึ่งโพสข้อความลงในโซเชี่ยลมีเดียขององค์กรแพทย์ว่า"พวกเราลองมาคิดเล่นๆดูว่า ถ้าเราเจ็บป่วยเราอยากได้หมอแบบไหนมารักษา" ปรากฏว่าในเวลาไม่นานมีคุณหมอหลากหลายสาขาเข้ามาให้ความคิดเห็นมากมายแต่ละคนต่างก็ต้องการหมอที่ใจเย็น เก่ง อัธยาศัยดี พูดจาอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย มีเวลาให้กับผู้ป่วย มีความเห็นอกเห็นใจผู้ป่วยและอื่นๆอีกมาก ผมจึงได้โพสเข้าไปให้ความเห็นว่า"แล้วทำไมเราไม่เป็นหมอคนนั้นละครับ"เป็นการปิดประเด็นไปโดยปริยายเพราะไม่มีใครเข้ามาให้ความคิดเห็นอีกเลย  แสดงให้เห็นว่าถ้าตัวเราเป็นผู้ป่วยเอง เราต้องการหมอที่ดีที่สุดดูแลแต่กรณีเป็นผู้ป่วยอื่นเรากับลืมคิดไปว่าเขาก็คงต้องการหมอที่ดีที่สุดที่จะมาดูแลเช่นกัน

ผมจึงขอให้พวกเราทุกคนที่ทำงานในโฮงยาน่านไม่ว่าจะมีหน้าที่อะไร ขอให้ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด และขอให้ทำงานด้วยหัวใจบนพื้นฐานของความรู้เพื่อให้ผู้ป่วยมีความสุขแม้ยามเจ็บป่วย ไม่ว่าโรคที่เป็นจะร้ายแรงเพียงใดก็ยังคงยิ้มได้เพราะมีพวกเราเหมือนญาติสนิทช่วยดูแลใกล้ชิด

ผมต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคนแทนผู้ป่วยที่มารับบริการในโฮงยาน่านและขอให้ทำงานกันอย่างมีความสุขครับ