ศักดิ์ศรีของเราอยู่ที่ไหน?

61. Humanized health care

(การดูแลคนไข้ด้วยหัวใจบนพื้นฐานความรู้)

ครั้งหนึ่งผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการของสถาบันผลิตบุคลากรทางการแพทย์แห่งหนึ่งในหัวข้อ “สมรรถนะพยาบาลในทศวรรษหน้า” วันนั้นมีผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเกือบทุกแห่ง ผมสังเกตว่าส่วนใหญ่จะจบการศึกษาระดับปริญญาเอกทั้งสิ้น แสดงถึงประสิทธิภาพทางการศึกษาของเราน่าจะพัฒนาไปได้มาก

วันนั้นผมได้พูดถึงคุณฟลอเรนซ์ ไนติงเกล “สุภาพสตรีแห่งดวงประทีป”ผู้ก่อกำเนิดการพยาบาลแผนใหม่ เนื่องจากในอดีตอาชีพพยาบาลถือว่าเป็นงานที่สกปรก พยาบาลส่วนใหญ่จะติดเหล้า สูบบุหรี่ ยังไม่มีบทบาททางการรักษาพยาบาล ส่วนใหญ่เพียงทำความสะอาดร่างกายของคนไข้เท่านั้น จึงไม่มีสุภาพสตรีในตระกูลชั้นสูงเรียน  

คุณไนติงเกลได้เปลี่ยนภาพพจน์และหน้าที่ของพยาบาลใหม่ ให้มีส่วนสำคัญในการดูแลรักษาคนไข้ สามารถลดการตายจากการติดเชื้อของทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามไครเมีย จนเป็นที่ยอมรับจากรัฐบาลอังกฤษและครอบครัวทหาร ทุกฝ่ายจึงร่วมกันก่อตั้งกองทุนไนติงเกล ให้เป็นของขวัญตอบแทนเมื่อสงครามสงบ เพื่อใช้เป็นทุนในการก่อตั้งโรงพยาบาลพยาบาล เธอได้เขียนตำราทางการแพทย์ไว้หลายเล่ม ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงใช้มาถึงปัจจุบัน 

ผมได้บอกกับทุกคนว่าในตำราเล่มหนึ่งได้พูดถึงคำว่า “observation” (การสังเกตอาการ)ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของพยาบาล อาการคนไข้ที่เปลี่ยนแปลงไปจะบอกถึงแนวทางการรักษาคนไข้ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถช่วยชีวิตคนไข้ได้ ดังนั้นไม่ว่าการแพทย์จะพัฒนาไปมากเพียงใดการ สังเกตอาการคนไข้อย่างใกล้ชิดยังถือเป็นหน้าที่สำคัญของพยาบาล เมื่อพบอาการเปลี่ยนแปลงที่เลวลง ก็ต้องรายงานแพทย์ ซึ่งแพทย์แต่ละคนก็ตอบสนองต่างกัน ขึ้นกับเวลาที่รายงานด้วย เมื่อรายงานครั้งแรกแพทย์ไม่ได้มาดูคนไข้ให้สังเกตอาการต่อ แต่อาการคนไข้ยังไม่ดีขึ้นก็ให้รายงานครั้งที่สอง เสียงที่รายงานขอให้นุ่มนวลลงกว่าครั้งแรก เมื่อแพทย์ยังคงให้สังเกตต่อ อาการคนไข้ยังคงไม่ดีขึ้น ขอให้พยาบาลรายงานครั้งที่สาม ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงอีก พอพูดถึงตรงนี้ ผู้อำนวยการสถาบันพยาบาลท่านหนึ่งได้ยกมือและพูดว่า                   “อาจารย์พิษณุพูดแบบนี้ เหมือนไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของพยาบาลเลย” ผมอึ้งไปชั่วขณะและได้ถามอาจารย์ไปว่า อาจารย์บอกได้ไหมครับว่าศักดิ์ศรีของผม หมอพิษณุ อยู่ที่ไหน? อาจารย์ไม่ตอบ ผมจึงบอกไปว่าศักดิ์ศรีของผม ในฐานะที่เป็นแพทย์คือการดูแลรักษาคนไข้ได้ใช่ไหมและในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านคือสามารถทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความสุข คนไข้และประชาชนมีสุขภาพดีใช่หรือไม่ ศักดิ์ศรีของพวกเราก็คือการรักษาคนไข้ได้ พวกเราทำงานเป็นทีม พยาบาลไม่สามารถสั่งการรักษาได้ ต้องรายงานแพทย์เพื่อสั่งการรักษา แพทย์ไม่ได้ทำงานเป็นกะเหมือนพยาบาล บางครั้งออกตรวจคนไข้ OPD หรือศัลยแพทย์ยืนผ่าตัดคนไข้ทั้งวันคืนนั้นต้องอยู่เวรต่อ เมื่อถูกตามในยามวิกาล บางครั้งเมื่อคนไข้พอรอได้จึงไม่ได้ไปดูแต่แรก พยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ชิดคนไข้ต้องรายงานซ้ำเมื่ออาการยังไม่ดีขึ้นเพื่อให้แพทย์มาตรวจและสั่งการรักษาแต่ในกรณีที่คนไข้ฉุกเฉินหรือวิกฤติต่อชีวิต แพทย์จะต้องไปดูคนไข้ทันที และทุกโรงพยาบาลจะต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าถ้าตามแพทย์เวรไม่ได้จะตามใครต่อไปเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อคนไข้เป็นสำคัญ การที่พยาบาลตามแพทย์ให้ไปดูคนไข้เพื่อสั่งการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเราเอาแต่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของตนเองอาจทำให้คนไข้เป็นอันตรายได้ อะไรที่สามารถอะลุ่มอล่วยต่อกันได้เราก็ควรทำเพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

ทุกครั้งในการบรรยายผมจะขอร้องให้ทุกคนกรุณาดูแลคนไข้ที่สกปรกที่สุด ซกมกที่สุดและซอมซ่อที่สุด ให้ดีที่สุดเสมอมีครั้งหนึ่งผมสังเกตเห็นพยาบาลห้องฉุกเฉินอายุราว 50 ปีเศษ เอากะละมังใส่น้ำอุ่น สบู่ซันไลน์และผ้าขนหนูไปเช็ดเท้าคนไข้คนหนึ่ง เธอบรรจงเช็ดด้วยความทะนุถนอมเหมือนกำลังเช็ดให้ลูกชาย แม้ว่าจะเช็ดเป็นครั้งที่สองแล้ว เท้าคนไข้ก็ยังดำปี๋อยู่ เหมือนกับว่าคนไข้คนนี้ไม่เคยล้างเท้ามาก่อนเลยในชีวิต ผมแอบไปมองหน้าคนไข้ซึ่งนอนตะแคงอยู่ อายุน่าจะใกล้ๆ 30ปี ผมเห็นน้ำตาคนไข้ไหลมาแบบไม่ขาดสาย ผมเชื่อว่าคนไข้คงกำลังคิดว่าทำไมพี่พยาบาลคนนี้ดีกับเขาเหลือเกิน สมัยที่ผมเป็นประธานกรรมการสงเคราะห์สถานพินิจเด็กและเยาวชน จ.เชียงรายตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ (สถานที่สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า18ปีที่กระทำความผิด ระหว่างรอดำเนินคดีจะนำมาอยู่ที่นี่) เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯเคยบอกกับผมว่าเด็กบางคนน่าสงสารมาก มีรอยบุหรี่จี้ทั้งตัว กลางหลังยังมีรอยเตารีดนาบอยู่ แสดงว่าเด็กเหล่านี้เกิดมาไม่มีใครอยากได้ ถูกคนดุด่าทำร้ายตลอดเวลา ชีวิตเหมือนคนไร้ค่า ในที่สุดกระทำความผิดทำร้ายนายจ้าง ถ้าคนเหล่านี้เมื่อเจ็บป่วยยังไม่ได้รับการดูแลเหมือนคนอื่นคงยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าชีวิตด้อยค่าจริงๆ

สำหรับคนไข้คนนี้เมื่อได้รับการดูแลจากพยาบาลเป็นอย่างดี คงจะทำให้เขารู้สึกว่ายังมีคนเห็นในคุณค่าของเขา อาจจะทำให้เขามีกำลังใจที่จะทำสิ่งดีงามต่อไปได้ พยาบาลคนนี้ทำให้ผมได้เห็นถึงศักดิ์ศรีของพยาบาลที่แท้จริง

ผมคิดว่าศักดิ์ศรีของคนเราไม่ได้อยู่ที่ความเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกรหรืออื่นๆ แต่อยู่ที่ว่าเราได้ใช้ความรู้ของเราทำให้เกิดประโยชน์ต่อคนอื่นอย่างไรต่างหาก ผมคิดว่าศักดิ์ศรีของผู้ช่วยเหลือคนไข้หรือคนงานบางคนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีอาจจะเห็นได้ชัดกว่าแพทย์บางคนที่ไม่เอาใจใส่ดูแลคนไข้ในความรับผิดชอบเท่าที่ควรด้วยซ้ำ

ศักดิ์ศรีของคนเราจึงควรอยู่ที่ว่า “เราทำหน้าที่ของเราได้ดีเพียงใด เรามีประโยชน์และทำให้คนอื่นมีความสุขมากมายเพียงใด”

ผมไม่อยากให้พวกเรายึดติดกับคำว่า “ศักดิ์ศรี” ของวิชาชีพ จะทำให้เรามีอัตตามากจนลืมมองดูเพื่อนร่วมงานหรือคนไข้ว่าต่างก็เป็นคนเช่นเดียวกับเราเพียงแต่อาจไม่ได้มีต้นทุนสูงเหมือนพวกเรา ผมยังจำคำสอนของท่านพุทธทาสที่ว่า

“อยู่โดยไม่ต้องมีความรู้สึกว่า เราดี-เด่น-ดังอะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่าเป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่ง นั่นแหละถูกและเป็นสุขแท้”                                        

 

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์