ฝากไว้ให้คิด...วัฒนธรรมขยะ

หลายคนถ้าหากมีอายุ 50 ปีขึ้น คงจะรู้จักชื่อปากกาลูกลื่นยี่ห้อ “บิ๊ค (BIC)" ได้ซึ่งเป็นนวัตกรรมปากกาลูกลื่นยุคแรกๆที่มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงวงการศึกษาและวงการเขียนทั้งหลาย หรือ แม้แต่ลายเซ็น จากเดิมที่เคยใช้ปากกาหมึกซึมที่ต้องคอยเติมหมึกจากขวดเอง  มาเป็นปากกาที่พกพาสะดวก เปิดออกมาใช้ได้ทันที ไม่ต้องห่วงเรื่องเติมหมึกอีกต่อไป แถมราคาก็ไม่แพงเมื่อหมดแล้วก็ทิ้งลงขยะไปได้เลย ปัจจุบันปากกายี่ห้อดังกล่าวก็ยังคงมีวางจำหน่ายในท้องตลาดมาจนบัดนี้ ด้ามเหลืองฝาปิดดำ คือ เอกลักษณ์ของปากกาลูกลื่นชนิดนี้

ผู้ที่คิดค้นประดิษฐ์และมีโรงงานผลิตปากกาที่ว่านี้คนแรก คือ บารอน มาร์เซิล บิ๊ก (BARON MACEL BICH) เมื่อต้นปี 1953(2496) เป็นชาวเยอรมันซึ่งถึงแก่กรรมไปนานมากแล้ว โดยใช้นามสกุลมาตั้งชื่อ แค่ตัดตัว H ออกเท่านั้น  เขาเองเป็นผู้นำ “วัฒนธรรม-ใช้-แล้ว-ทิ้ง” (Use-it-and-lose-it culture) ซึ่งการปฏิวัติทางด้านการตลาดอันสำคัญยิ่งและเป็นมรดกที่เลวร้ายมากในยุคทุนนิยมที่ครองโลกในขณะนี้ เพราะสินค้าต่างๆที่ผลิตออกมาล้วนสร้างมลภาวะให้แก่โลกเกือบทั้งสิ้น เพราะการนำวัฒนธรรมใช้-แล้ว-ทิ้ง มาใช้กันอย่างดาษดื่นเกือบทุกโรงงาน ภายใต้แนวคิดในเชิงเศรษฐศาสตร์ “สร้างกำไรสูงสุดและประหยัดโดยขนาด” ยิ่งผู้บริโภคทิ้งมากเท่าใด ก็ยิ่งส่งเสริมการผลิตให้สูงสุด มีกำไรสูงสุดเช่นกัน

ดังนั้นวัฒนธรรมอันนี้แหละที่ได้สร้าง “สภาวะโลกร้อน” ให้กับคนทั้งโลกในปัจจุบันที่กำลังแก้ไขยากมากที่สุด และมาเป็นนโยบายด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่ทุกประเทศทั่วโลก ตามการจัดระเบียบโลกใหม่

ที่จังหวัดเชียงราย  ก็ให้ความสำคัญกับปัญหาด้านกำจัดขยะเหมือนกัน เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย ได้จัดโครงการ “การขับเคลื่อนวาระเชียงรายปลอดขยะ สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดยมี นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย ร่วมงานพร้อมฝากแนวคิดในการกำจัดขยะในรูปแบบต่างๆและนำไปแปรรูปเกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย แก่ผู้ร่วมงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พร้อมมอบโล่รางวัลแก่หมู่บ้านที่เป็นชุมชนต้นแบบในการคัดแยกขยะปลอดขยะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย จำนวน 17 แห่ง ประจำปี 2559 และชุมชนชนะการประกวดชุมชนปลอดขยะ อีก   89 ชุมชน ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม อีกทั้งระดับโรงเรียนอีก 61 โรง ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ที่ควรยกย่องและเป็นเยี่ยงอย่างแก่โรงเรียนและชุมชน

ด้าน นายพนม วิญญายอง รองอธิการบดี มฟล.กล่าวว่า จาการวิจัยพบว่าในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวของเชียงราย นับวันแต่จะมีขยะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกำลังมีผลกระทบต่อส่งแวดล้อมในทุกเรื่อง โดยมีเป้าหมายว่า จะหาทางกำจัดขยะให้เหลือศูนย์ หรือ ซีโร เวส (zero waste)และจะเดินหน้าปลุกจิตสำนึกของคนในสังคมให้เกิดความตระหนักด้านพิษภัยให้มาก เพื่อให้จังหวัดเชียงรายเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวต่อไป

เรื่องของขยะมิใช่เป็นภาระของใครกลุ่มใดกลุ่มกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ มันเป็นเรื่องของผู้คนในชุมชนและสังคมโลกต้องร่วมมือกัน อันดับแรกต้องกำจัดขยะออกจากใจทุกคนเสียก่อน คือการมีจิตสำนึกร่วมกันตระหนักในพิษภัยที่เกิดจากมลภาวะต่างๆ ทั้งในน้ำ บนบก และอากาศ อันเป็นผลพวงจากการสร้างขึ้นของมนุษย์ทั้งปวง

“รูช เชียงราย”