ราชภัฏ “ต้องระเบิด” จากภายใน

หลังปีใหม่ปีนี้มีอะไรที่น่าสนใจมากมาย เกี่ยวกับเหตุบ้านการเมืองก็มีเรื่องชวนติดตามกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการเมือง...ที่กำลังก่อตัวความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอุณหภูมิของสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

หากหันมาดูเรื่องการศึกษาก็ใช่ย่อย ช่วงกลางเดือนราว วันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษา เพียงประเด็นเดียว  เกี่ยวกับ “องค์ประกอบที่ 1” (จาก 6 องค์ประกอบ) เกี่ยวกับวิชาเอกหรือหลักสูตรที่เปิดสอนคือ "ไม่มีจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตร” ที่มีคุณวุฒิในระดับปริญาเอก -โท ตามจำนวน 5 คน ตามที่กำหนด เลยเป็นเรื่อง ทั้งๆ ที่มาตรฐานอื่นๆ ไม่พูดถึงเลย...เพราะแต่ละแห่งเขาผ่านเกณฑ์ ดี-ดีมาก กันทั้งนั้น

ทั้งนี้เพราะศักยภาพและงบประมาณในการจ้างผู้สอนไม่เหมือนกัน อีกทั้งคุณวุฒิของอาจารย์แต่ละสาขาก็มิใช่จะหาได้ง่ายๆ... ตามกำหนดเวลา แต่เชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยที่เป็นข่าว เขาย่อมจะมีอาจารย์ผู้สอนและวิทยากรมีคุณภาพมาสอน และใช้สื่ออื่นๆ มาช่วยบริหารจัดการให้มีคุณภาพแน่ๆ

...แต่ หน่วยงานที่กล่าวถึงนี้ ก็ลืมไปว่าโลกในยุคปัจจุบันนี้ ผู้เรียนจะมีคุณภาพนั้นอาจารย์ประจำหลักสูตรที่มีครบตามเกณฑ์นั้นอาจไม่จำเป็น เพราะอาจารย์ผู้สอนและวิทยากรที่สอนนักศึกษาโดยตรงต่างมีเทคนิคที่จะให้ผลผลิตมีคุณภาพด้วยการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งอื่นๆ ในยุค 4.0 หรือ ยุค  IoT อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิ้ง (Internet of Things) และการฝึกงานจากของจริงๆตามสถานประกอบการเพื่อให้เกิดทักษะ มันมากล้นกว่าอาจารย์ผู้สอนมาบอกในชั้นเรียนเสียอีก  

อีกทั้งผู้เรียนระดับนี้ต่างรู้วิธีการว่าทำอย่างไรจะเก่ง...เพราะความรู้ในโลกนี้เท่าทันกันหมดแล้วนะคุณเอ๋ย หากจะประเมินคุณภาพจริงๆ ก็ต้องให้ครบทั้ง 6 ด้าน มิใช่ เลือกเพียงอันเดียวแล้วมาตัดสินเลยว่า “ไม่มีมาตรฐาน”..!!

ข่าวที่ปรากฏนั้นสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ และมหาวิทยาลัยราชภัฏต่างก็เอาข้อมูลที่เป็นจริงออกมาโต้กันพัลวัน...ทำเอาหน่วยงานที่ว่านี้ เซ...ไปเหมือนกัน... บางแห่งถึงจะฟ้องร้องตามกฎหมายเรียกค่าเสียหายเสียด้วย จึงเป็นบทเรียนครั้งต่อไปว่า..จะแถลงอะไรอย่ามองเพียงมุมเดียว..เพราะมันจะกลายเป็นเพียง “ความรู้สึก” เท่านั้น... ต้องมองให้รอบด้านจึงจะเป็น “ความรู้” และเป็นของจริง...!!

นี่ก็เกี่ยวกับการศึกษาเช่นกัน...ลองหันมามองสิ่งที่ใกล้ตัวในเชียงรายบ้างว่ามีอะไรที่เป็นข้อคิดในการพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะ “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ตามที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ. ของ “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ในมาตรา 7 ว่า  เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น...

เมื่อเร็วๆ นี้ นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย ได้เป็นวิทยากรบรรยายในเรื่อง ทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดเชียงรายตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด 6 ประการ ให้แก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) ซึ่งประกอบด้วย ผศ.ดร.ศรชัย  มุ่งไธสง อธิการบดี  รองฯ ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผอ.หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของ มร.ชร. ฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น  ที่น้อมเกล้าฯนำพระราโชบายของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 และรัชกาลที่ 9  มาเป็นแนวทางการพัฒนาซึ่งเป็นภารกิจอันสำคัญของ“ มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ”เพื่อให้ทราบและนำหลักการเดียวกันไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นแต่ละจังหวัดตามเหมาะสม

ผศ.ดร.ศรชัย กล่าวรายงาน ผวจ. ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพลังของแผ่นดินในการพัฒนาที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะ มร.ชร. ว่า มีมากมายหลายโครงการ เช่น ด้านการเกษตร, ผู้สูงวัย ,การท่องเที่ยว ,นวัตกรรมและเทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม และยังมีโครงการที่เป็นพันธกิจ ในปี 2561 16 โครงการหลักๆ และ โครงการย่อยที่กระจายอยู่ตามคณะ สำนักวิชา ล้วนจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่นทั้งสิ้น

พร้อมกันนี้ นายณรงศักดิ์  ได้กล่าวในภาพรวมของการพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมาว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่มีการทำแผนงานมากแต่อ่อนปฏิบัติ ที่ผ่านมาจึงล้มเหลว ต้องนำผลการวิเคราะห์และประเมินโครงการแล้วนำมาวางแผนการทำงานใหม่จึงจะได้ผลพร้อมกล่าวว่าการจะพัฒนาอะไรต้องระเบิดจากข้างใน” ดั่งพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เคยตรัสไว้ หมายถึงต้องเป็นความต้องการของชาวบ้านและที่ชุมชนเขาต้องการเรื่องที่เราจะไปพัฒนาเขาจริงๆ และให้เขามีส่วนร่วมด้วยเป็นสำคัญ และควรจะยึดหลักแนวทาง”เศรษฐกิจพอเพียง” เดินทางสายกลางที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ที่เป็นศาสตร์ของพระราชามาเป็นแนวปฏิบัติให้เข้ากับ Way of life หรือ  วิถีชีวิตของชาวบ้าน และพยายามต้องเข้าเปลี่ยนแปลง mindset หรือด้านทัศนคติและความเชื่อในเรื่องต่างๆ  รวมทั้งสอนให้เขาได้รู้จักหลักการตลาดและการทำบัญชีครัวเรือนเบื้องต้นเพื่อที่จะได้รับทราบรายรับรายจ่าย กำไร ขาดทุน ในครัวเรือนของตนเองว่าเป็นอย่างไร จะได้รู้ตนเองว่าจะได้ไม่เป็นหนี้สิน คนจะสอนเขาได้ก็คือครูที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายนี่แหละผวจ.เชียงราย กล่าวฝากข้อคิดในการพัฒนา

“มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นเครื่องมือชั้นดีที่เข้าใจชุมชนที่จะช่วยในการพัฒนาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีของในหลวงรัชกาลที่ 10  พระองค์ท่านจะตรัสถึงความสำคัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏก่อนเสมอไม่ว่างานใดๆ” ผวจ.เชียงรายกล่าวย้ำ และกล่าวว่าอยากให้นำเอาศาสตร์ของพระราชามาเป็น Way of lifeของชุมชนในท้องถิ่นด้วย

นี่...จึงเป็นเรื่องที่ชาวราชภัฏทั้งหลาย รวมทั้ง “ราชภัฏเชียงราย” ด้วย จะต้องเก็บไปเป็นแนวคิดและนำทางในการพัฒนาทุกๆ ครั้งที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและสังคมในท้องถิ่น

“รูช เชียงราย”