“สายลมไม่จอย” ที่แม่สาย

เพราะมีสิ่งนี้...มันจึงมีสิ่งนี้...

ธรรมชาติมันก็เป็นเช่นนี้เอง...

            พุทธวาจา ที่เปรียบเสมือนเป็นคำสอนแก่มวลมนุษยชาติที่ลึกซึ้งนี้  ยังเป็นข้อคิดเตือนใจให้มนุษย์ทั้งหลายได้พึงตระหนักและเข้าใจกฎของธรรมชาติได้อย่างดี

            เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็มาแต่เหตุและปัจจัยทั้งสิ้น และมนุษย์ทุกผู้ทุกนามย่อมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติทั้งสิ้น..ธรรมชาติมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

        เราต่างหาก...ที่จะต้องปรับตัวเพื่ออยู่กับมันให้ได้

            เมื่อช่วงกลางเดือน สิงหาคมที่ผ่านมา มิใช่เฉพาะคนเชียงราย เท่านั้นที่รู้ข่าวว่า น้ำท่วม “ตลาดสายลมจอย” อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตลาดชายแดนที่นักท่องเที่ยวทุกคนรู้จักกันดี ที่ชายแดนไทย-เมียนมา อันเนื่องมาจากน้ำป่าไหลหลากจากฝนตกหนักสะสมมาหลายวัน แม้จะมีอะไรมาขวางกั้นก็ไม่สามารถเอาอยู่

            คนทั่วประเทศ และทั่วโลกต่างรู้ในเวลาใกล้เคียงกันเพราะโลกยุคโซเชียลมีเดีย ในความเป็นจริงในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดสายลมจอยแห่งนี้ รวมทั้งฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแม่สาย ฝั่งประเทศเมียนมา ที่เรารู้จักในนามตลาดท่าขี้เหล็กนั้น ก็เกิดน้ำท่วมถึงเหมือนๆกัน เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน การเกิดน้ำท่วมแบบนี้เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง มีความถี่มากขึ้น เกือบทุกปี และยังจะเกิดอีกต่อไปและเชื่อว่าจะรุนแรงมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะมีเหตุปัจจัยทางสภาพภูมิศาสตร์ และระบบนิเวศวิทยาย่านนี้ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว  เพราะน้ำมือมนุษย์ที่อาศัยลุ่มแม่น้ำนี้เป็นสำคัญ

            นอกจากภัยธรรมชาติที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมและไหลหลากแล้ว มนุษย์เองก็เป็นตัวเร่งเป็น “ปัจจัย” ที่สำคัญที่ทำให้เกิดอุทกภัยครั้งนี้ เพราะหลายกิจกรรมที่ทำให้ลำน้ำแม่สาย ที่เคยไหลสะดวกยามน้ำหลากในอดีต กลับทำให้ ตื้นเขิน และคับแคบ ตีบตัน ในปัจจุบัน  โดยเฉพาะบริเวณที่มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในเขตที่มีความเจริญ สภาพในอดีตกับปัจจุบันต่างกันลิบลับ เมื่อน้ำมาทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วมเราก็จะได้เห็นภาพชินตาแบบเดิมๆ สักพักใหญ่ๆทุกคนก็จะลืมมันไป แล้วรอลุ้นอีกปีต่อไปว่าจะมีอีกไหม ผู้นำ ผู้ปกครองปกครองมาแล้วก็ไป 

เหตุไฉน..คนในท้องถิ่น ทั้งสองประเทศทั้งไทยและเมียนมาไม่หันมาเจรจา หาทางป้องกันน้ำท่วมให้ยั่งยืน ไม่ต้องคอยกังวลในปีต่อๆไป พ่อค้า แม่ขาย ทั้งสองประเทศเขตชายแดนตรงนี้จะได้ค้าขายอย่างสบายใจและมีความสุข จึงขอเสนอให้เป็น “วาระชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก”ที่เร่งด่วนดังนี้

1.            ควรมีการเจรจาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ยั่งยืน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแห่งนี้เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่ควรแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งๆในแต่ละปี 

2.            วางแผนปรับปรุงใช้เทคโนโลยีการเตือนภัยน้ำหลาก (ปัจจุบันที่ม.ราชภัฏเชียงราย คิดค้นและใช้ได้ผลดีและประหยัด) การศึกษาข้อมูลจากดาวเทียม ขุดลอกและขยายร่องน้ำ ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ ในบริเวณที่เป็นปัญหาในย่านชุมชน เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกโดยมีมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศมาช่วยแก้ไข

3.            จัดระเบียบการตั้งถิ่นฐานของประชากรทั้งสองฝั่งและส่งเสริมและอนุรักษ์แม่น้ำแม่สายโดยเฉพาะย่านที่มีชุมชนหนาแน่น พร้อมปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชนตามเหมาะสม

4.             มีมาตรการ หรือ เทศบัญญัติ หรือ กฎหมายพิเศษที่ท้องถิ่นทั้ง 2 ประเทศ กำหนดเพื่อบริหารจัดการแม่น้ำนี้ตามเขตที่เห็นว่าสำคัญต่อชุมชน

5.            จัดตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังอนุรักษ์แม่น้ำสายที่มาจากส่วนราชการและภาคเอกชน นักธุรกิจรวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำเพื่อให้การแก้ไขปัญญาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน

            พลังของคนในท้องถิ่นทั้งสองประเทศ รวมทั้งนโยบายกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้นจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำหลากนี้ได้ และเป็นเรื่องที่ไม่ไกล หากทั้งสองประเทศมีความจริงใจด้านเศรษฐกิจ

            ส่วนฝั่งแม่สายกก็จะได้ตลาดค้าขายสมกับชื่อว่า “ตลาดสายลมจอย”...!!!!

“รูช  เชียงราย”