ผิดโดยไม่กระทำ

 

            ก่อนอื่นต้องขอกราบขอสวัสดีท่านผู้อ่านมิตรรักเพื่อนนักอ่านหนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์ทุกท่าน และต้องขอกราบขอสมาอภัยต่อท่านผู้อ่านที่ได้เงียบหายไปหลายฉบับ เนื่องจากเป็นช่วงจังหวะที่ผู้เขียนติดภารกิจเร่งด่วนครับเป็นคดีที่สำคัญต้องใช้เวลาในการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลจำนวนมาก จึงไม่ได้มานำเสนอข้อมูลความรู้ทางกฎหมายให้กับท่านผู้อ่านไปหลายฉบับ ครั้งนี้กลับมาแล้วหวังว่าคงไม่ลืมกันนะครับ

         ขึ้นชื่อเรื่องมาก็อาจทำให้ท่านผู้อ่านบางท่านนึกฉงนสงสัยอยู่ในใจอยู่บ้างว่า ถ้าหากเราไม่ได้กระทำเราจะมีความผิดได้อย่างไร ? มีสุภาษิตกฎหมายคำหนึ่งครับได้กล่าวว่า “ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ”  นั่นคือบุคคลจะต้องรับผิดจากการกระทำของตน ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติว่าการกระทำสิ่งนั้นเป็นความผิด และกำหนดโทษไว้ ผู้เขียนขออนุญาตยกตัวเช่นประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 บัญญัติว่า “ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษ…”  และ มาตรา 334 บัญญัติว่า “ผู้ใดโดยทุจริตเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ไปโดยทุจริต มีความผิดฐานลักทรัพย์…”  จากตัวบทกฎหมายสองมาตรานี้จะสังเกตได้ครับว่า เราจะมีความผิดก็ต่อเมื่อได้ลงมือกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กฎหมายห้ามไว้

  ในทางกลับกันบางกรณีเราก็อาจมีความผิดแม้จะไม่ได้ ลงมือกระทำสิ่งใดเลย นั่นคือมีความผิดเพราะ“งดเว้นกระทำประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 วรรคท้ายบัญญัติว่า “การกระทำนั้นให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลขึ้นนั้นด้วย” นั่นคือมีหน้าที่ต้องกระทำแต่ไม่กระทำ หน้าที่นี้คือหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ หน้าที่อันเกิดจากการยอมรับโดยเฉพาะเจาะจง หน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน และหน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์เป็นพิเศษเฉพาะเรื่อง ผู้เขียนขออนุญาตยกตัวอย่าง เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเช่นดังนี้ครับ ความว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกเสาไฟฟ้ามาตามถนนในเวลากลางคืน ล้อรถพ่วงที่จำเลยขับหลุด ทำให้เสาตกลงมาขวางถนน จำเลยไม่ได้จัดให้มี โคมไฟ หรือสัญญาณอย่างอื่นเพื่อให้ผู้ใช้ถนนเห็นเสาที่ตกอยู่ขวางถนนนั้น ปรากฏว่ามีรถของบุคคลอื่นแล่นมาชนเสามีคนตาย จำเลยต้องรับผิดในผลที่มีคนตามนั้นด้วย เพราะจำเลยมีหน้าที่ต้องป้องกันไม่ให้รถคันอื่นมาชนเสาที่ตนทำตกไว้ แต่ไม่ทำ เมื่อไม่ทำแล้วมีคนขับรถมาชน จำเลยจึงมีความผิด กรณีที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องของการงดเว้นกระทำให้ท่านผู้อ่านพอเข้าใจได้ครับ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ากฎหมายเห็นว่าบางครั้งก็จำเป็นต้องเพิ่มภาระของบุคคล เนื่องจากการอยู่เฉยๆ ก็สร้างความเสียหายได้มากเช่นเดียวกับการลงมือกระทำผิด เป็นหลักกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับ ความรับผิดชอบและมโนธรรมสำนึกในจิตใจของบุคคล เพื่อจรรโลงความสงบสุขของสังคมโดยรวมครับ    ส่วนเรื่องคำว่า “งดเว้น”กับ “ละเว้น”นั้นในทางกฎหมายมีความต่างกันอย่างไร?  โปรดติดตามตอนต่อไปครับ  ) > >