พิธีไหว้ครู

กล้าคิด..กล้าทำ

โดยครูตั๋น

บรรยากาศของการเปิดเทอมใหม่ของแต่ละโรงเรียน นักเรียนยกมือไหว้ครู ที่บริเวณหน้าประตูโรงเรียนทุกเช้าก่อนเข้าโรงเรียน นั่นคือผู้ปกครองได้มอบความไว้วางใจให้กับโรงเรียนจึงได้ส่งลูกอันเป็นที่รักยิ่งของตนเองเข้ามาศึกษาหาความรู้ ภายในรั้วของโรงเรียน จึงเป็นภาระหน้าที่ของครูที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากผู้บริหารโรงเรียน และผู้ปกครองทำให้อุ่นใจและอบอุ่น พร้อมที่จะนำลูกศิษย์ ไปถึงเป้าหมายของการเรียนตามที่ผู้ปกครองตั้งความหวัง 

หลังจากโรงเรียนเปิดภาคเรียนแล้ว ทุกโรงเรียนได้กำหนดให้ วันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมิถุนายนของทุกปี จัดงานวันไหว้ครู เพื่อให้นักเรียนได้มอบตัวเป็นลูกศิษย์ของครู คำว่า “ครู” มีความหมายว่า ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือ ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ซึ่งมีผู้กล่าวว่ามาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า “หนัก” อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระหน้าที่ที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย กว่าคนๆ หนึ่งจะเติบโตเป็นผู้มีวิชาความรู้ และเป็นคนดีของสังคม ผู้เป็น “ครู” จะต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ซึ่งในชีวิตของคนๆ หนึ่ง นอกเหนือไปจากพ่อแม่ซึ่งเปรียบเสมือน “ครูคนแรก” แล้ว ในการใช้ชีวิตของเด็กในการดำรงชีวิตต่อไปได้ในสังคมจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี “ครู” ที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ เพื่อปูพื้นฐานไปสู่หนทางทำมาหากินในภายภาคหน้าด้วย ดังนั้น “ครู” จึงเป็นบุคคลสำคัญที่เราทุกคนควรจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน ด้วยเหตุนี้เอง “การบูชาครู” หรือ “การไหว้ครู” จึงเป็นประเพณีสำคัญที่มีมาแต่โบราณ และมีอยู่ในแทบทุกสาขาอาชีพของคนไทยถือเป็นพิธีกรรมที่แสดงความเคารพ และระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ ครูผู้ให้ความรู้ ทำให้เราสามารถนำไปในในการดำรงชีวิตได้ในสังคมเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต

ในความหมายของ “การไหว้ครู” ก็คือ การที่ศิษย์แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือครูอาจารย์อย่างจริงใจ ว่าท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะเพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งการไหว้ครูนี้ นอกจากจะเป็นธรรมเนียมอันดีงามที่มีส่วนโน้มน้าวจิตใจคนให้รักษาคุณความดี และช่วยธำรงรักษาวิทยาการให้สืบเนื่องต่อไปแล้ว การที่ศิษย์แสดงความเคารพยอมรับนับถือครูตั้งแต่เบื้องต้น ก็มีส่วนทำให้ครูเกิดความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ อยากมอบวิชาความรู้ให้อย่างเต็มที่ และศิษย์เองก็จะมีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิด เกิดมั่นใจว่า ตนจะมีผู้คุ้มครองดูแลสั่งสอนให้ไปสู่หนทางแห่งความดีงาม และความเจริญก้าวหน้าแน่นอน

พิธีไหว้ครูมีมาแต่โบราณแล้ว ไม่มีพิธีรีตองมากนัก แต่มีความหมายแฝงไว้มากมาย คนโบราณเป็นนักคิดจะทำอะไรก็มักจะผูกเป็นปริศนาที่ลึกซึ้งเอาไว้เสมอ ในพิธีไหว้ครูก็เช่นเดียวกันเครื่องสักการะที่ใช้ในการไหว้ครูนั้น นอกจาก ธูป เทียนแล้ว ยังมีข้าวตอก ดอกไม้ที่หางาย เช่น ดอกมะเขือ ดอกเข็ม และหญ้าแพรก ที่มีความหมาย สำหรับการไหว้ครู แต่ในปัจจุบัน จะเห็นว่า เครื่องสักการะที่นักเรียนนำมาไหว้ครูนั้น สวยงามมากแต่ไม่มีความหมายเป็นไปตามยุคตามสมัย  ทั้งนี้นักเรียนไม่ช่วยกันจัดทำพานไหว้ครู หาซื้อดอกไม้ที่สวยงามจากตลาดมาทำพาน หรือไม่ก็ให้ทางร้านจัดทำพานไหว้ครูให้ แทนการใช้เครื่องสักการะที่มีความหมายที่ใช้กันมาแต่โบราณ

อย่างไรก็ตาม พานไหว้ครูปีนี้ มาช่วยกันรณรงค์สร้างความตระหนัก ถึงคุณค่าของการไหว้ครูอย่างแท้จริง โดยการร่วมแรงร่วมใจกันจัดพานที่ใช้ดอกไม้ที่หาง่ายในชุมชน ใช้ดอกมะเขือ หญ้าแพรกเป็นสื่อความหมายก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะการปลูกมะเขือและหญ้าแพรกนั้นง่ายกว่าและประหยัดกว่าการซื้อดอกไม้ปัจจุบันราคาแพง วันไหว้ครูปีนี้ ชวนเพื่อนๆ มาจัดพานไปไหว้คุณครูดีกว่า เพราะการจัดทำพานไหว้ครูเองนอกจากจะให้คุณค่าทางจิตใจแล้ว ยังเป็นการสร้างความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกับเพื่อนๆ นักเรียนอีกด้วย...ฉบับหน้าพบกันใหม่...สวัสดี