การศึกษาไทย ก้าวไกล

กล้าคิด..กล้าทำ

โดยครูตั๋น

การศึกษาไทย ก้าวไกล

โลกปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย กระทบกับทุกวงการวิชาชีพ ซึ่งหากต้องการประกอบธุรกิจสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้  ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและกลยุทธ์ มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อความอยู่รอด  

การศึกษาในปัจจุบัน ต่างไปจากอดีตมาก โรงเรียนต้องปรับจัดหลักสูตรให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งปรับปรุงตำราให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในความเป็นจริงต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนหลักสูตรบ้างแล้ว แต่ไม่ได้เปลี่ยนตำราตามไปด้วย จากการสอบถามพบปะกับเพื่อนครูด้วยกัน ในงานการแข่งขันทักษะความสามารถทางด้านวิชาการของนักเรียนแต่ละจังหวัดแต่ละเขตพื้นที่ ได้สอบถามการบริหารงานวิชาการ การจัดการเรียนการสอนของเพื่อนครูต่างโรงเรียน พบว่ายังมีครูผู้สอนจัดการเรียนการสอน หลักสูตรเดิมๆ บ้างก็เอาหนังสือ ตำราจากบริษัทที่มีมาจำหน่าย ไม่ได้ยึดหลักสูตรตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ เด็กจะได้รับผลกระทบในกรณีย้ายโรงเรียนระหว่างปี ดังนั้น สิ่งที่โรงเรียนต้องรีบดำเนินการก็คือ ควรยึดหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ และหากจะนำตำราหรือหนังสือเรียนจากบริษัทต่างๆมาประกอบการสอนหรือให้ทำแบบฝึกหัดเสริมเพิ่มเติมเท่านั้น  นอกจากนี้ในมุมมองของครูส่วนใหญ่ ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนระบบการประเมินเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตร โดยเฉพาะการคิดเป็นวิเคราะห์เป็นตามทักษะในศตวรรษที่ 21 แต่หากข้อสอบเป็นแบบปรนัย ไม่มียังไม่ข้อสอบแบบอัตนัย เรื่องนี้ก็คงจะเกิดขึ้นยาก เพราะขณะนี้ นักเรียนเขียนหนังสือไม่เป็นตัวหนังสือ ครูอ่านไม่ออก ให้เด็กอ่านตัวหนังสือของเด็กเองก็อ่านไม่ออก  นอกจากนี้ในขณะที่ครูสอนเด็ก จะให้ช่วยกันคิดช่วยกันตอบ  เด็กสามารถตอบได้และเข้าใจ แต่พอให้เขียนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดมาเขียนเป็นคำตอบได้ ซึ่งหากครู ให้เด็กทำข้อสอบแบบอัตนัยทุกวิชา และให้ทำบ่อยๆ อาจมีผลในทางที่ดีได้ ดังนั้น นอกจากการวางแผนเพื่อสร้างสร้างพื้นฐานที่ดีของเด็กแล้ว การจัดสภาพแวดล้อมที่ดี และต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก เพราะกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลานาน เปรียบดั่งการปลูกต้นไม้ ที่จะต้องมีการเตรียมดินให้ดี มีเมล็ดพันธุ์ที่ดี และต้องเฝ้าดูแลรดน้ำพรวนดิน เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตขึ้นมาได้ ทุกอย่างต้องใช้เวลาและต้องดำเนินงานไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศในปัจจุบันยังมีสิ่งแวดล้อมหรือมลภาวะที่จะทำให้เด็กไทยไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือที่เรียกง่ายๆ คือ โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันเด็กมีใช้ทุกคนเพราะถือว่ามีความจำเป็น แต่เด็กส่วนใหญ่ยังใช้ผิดๆ ภาพที่เคยเห็นเด็กจับกลุ่มช่วยกันทำการบ้าน ไม่มีมาหลายปีแล้ว แต่ครูจะเอือมระอากับภาพที่นักเรียนจับกลุ่มเล่นเกมส์ใน โทรศัพท์มือถือ ไม่สนใจการเรียน ผลการเรียนของเด็กจะของแค่สอบผ่านในแต่ละระดับชั้นเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม หากโรงเรียนจัด การศึกษาให้สอดคล้องกับปัจจุบันแล้ว โรงเรียนและครูควร ได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ไปถ่ายทอดให้กับ นักเรียน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งพระราชดำรัสด้านการศึกษาที่สำคัญๆ เพื่อปลูกจิตสำนึก โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้และสอดแทรกในการเรียนการสอน ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือกับทุกคน ตั้งแต่ บ้านโรงเรียนและชุมชน ...ฉบับหน้าพบกันใหม่...สวัสดี