เด็กกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

กล้าคิด...กล้าทำ                                                                                                                     

โดยครูตั๋น

เด็กกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ปัจจุบันเทคโนโลยี จัดได้ว่ามีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันมาก ทำให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว  และการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกกันว่า “มือถือ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมแพร่หลายและเข้าถึงได้ง่ายในโลกปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือยังได้พัฒนาเป็นแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนเพื่อให้ไปตามความต้องการของผู้ใช้โดยเฉพาะวันรุ่นที่กำลังศึกษาในโรงเรียน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญกับการใช้โทรศัพท์ของนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษา เนื่องจาก  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียน ดังนั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้แจ้งให้สถานศึกษาทุกสังกัด กำชับพร้อมขอความร่วมมือให้นักเรียนนักศึกษางดใช้โทรศัพท์ระหว่างการเรียนการสอน เนื่องจากอยากให้เด็กมีสมาธิในการเรียนในห้องเรียนขณะที่ครูสอนหน้าชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้ฝึกวิธีการจดและจำเพื่อให้รู้จักวิธีคิดวิเคราะห์มากขึ้น  อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนในฐานะที่เป็นครู ต้องขอปรบมือดังๆให้กับทางผู้ใหญ่ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการงดใช้โทรศัพท์มือถือในขณะที่มีการเรียนการสอน เนื่องจากการใช้โทรศัพท์ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ราคาแพงมาก ส่วนใหญ่นักธุรกิจมีไว้ใช้สำหรับการติดต่อค้าขาย แต่ปัจจุบันราคาไม่แพง หาซื้อง่ายมีหลากหลาย ซึ่งหากจะให้เด็กมีโทรศัพท์ไว้สำหรับติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองในขณะเลิกเรียนก็น่าจะใช้สำหรับโทรเข้า-ออกได้เท่านั้น แต่ที่สังเกตจะเห็นว่า โทรศัพท์มือถือที่เด็กใช้ปัจจุบันเป็นแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งสะดวกต่อการเข้าถึงการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ การถ่ายภาพ การจัดเอกสารข้อมูลรวมไปถึงการดูโทรทัศน์ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยี เหล่านี้ ทำให้นักเรียนนักศึกษาต้องมองหน้าจอมือถือมากขึ้นและเป็นที่น่าสนใจมากกว่าการสนใจเรียนในห้องเรียน  เท่าที่สังเกตการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนในขณะนี้มีมากกว่าร้อยละ 80 ที่เด็กมีโทรศัพท์มือถือและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ และส่วนใหญ่ด้วยวัยของเด็ก ยังแบ่งเวลาไม่ถูก เวลาไหนเรียนเวลาไหนเล่น ยิ่งพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ไม่ติดตามการใช้โทรศัพท์อย่างจริงจังจะส่งผลต่อการเรียนและยังล่อแหลมต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไปสู่การถูกหลอกลวงและมีแนวโน้มเสียอนาคตได้  และเด็กร้อยละ 100 ที่มี โทรศัพท์มือถือ จะเล่มเกมส์ต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ไม่สนใจการทำกิจกรรมในห้องเรียน แม้กระทั่งจะสอบ ไม่อ่านหนังสือ ส่งผลทำให้ผลการเรียนของนักเรียนมีแนวโน้มต่ำลง  นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการห้ามเด็กใช้โทรศัพท์มือถือในอังกฤษช่วยให้เด็กทำคะแนนได้ดีขึ้น ผลปรากฏว่าหลังจากที่แต่ละโรงเรียนมีนโยบายห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือปรากฏว่าคะแนนของเด็กวัย 16 ปี เพิ่มขึ้น 6.4% นอกจากนี้ โรงเรียนส่วนใหญ่และมหาวิทยาลัยต่างๆหรือแม้กระทั่งในออฟฟิซหลายๆแห่ง ตอนนี้เริ่มมีนโยบายในการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตภายในสถานที่ออกมาแล้วและนั่นก็แสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่างเด่นชัดเลยทีเดียว ซึ่งปัญหาการติดสมาร์ทโฟนในขณะนี้  เป็นปัญหาที่พบเจอในทุกเพศทุกวัยอีกด้วย ดังนั้นหากเด็กๆ อนาคตของชาติติดโทรศัพท์มือถือและยังไม่สามารถแยกแยะได้เท่ากับผู้ใหญ่ จะส่งผลกระทบกับการเรียนของเด็กอย่างมาก

อย่างไรปัญหาต่างๆ เหล่านี้ หากผู้ปกครอง ร่วมมือกับทางโรงเรียน บังคับเด็กไม่ให้นำเอามือถือไปโรงเรียน และห้ามใช้โทรศัพท์ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน รวมทั้งหาวิธีในการทำให้พวกเด็กๆเลิกติดสมาร์ทโฟนแล้วเด็กจะหันมาตั้งใจเรียนได้มากขึ้น และที่สำคัญ อย่าปล่อยให้เป็นภาระของครูและโรงเรียน อย่างเดียว ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย เพื่ออนาคตของเด็ก ลูกหลานเราในอนาคต... ฉบับหน้าพบกันใหม่....สวัสดี