โรงเรียน ICU

กล้าคิด..กล้าทำ                                                                                                                       โดยครูตั๋น

โรงเรียน ICU

โรงเรียน ICU ฟังชื่อแล้วน่าตกใจ แท้ที่จริงแล้ว เป็นโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้น้อมนำพระราชดำริและพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 มาปฏิบัติทั้งนี้เพื่อต้องการช่วยเหลือโรงเรียนที่มีปัญหาด้านการบริหารจัดการ ด้านครูไม่พอ  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนต่ำ และรวมทั้งปัญหายาเสพติด

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนยาบที่จะสืบสานน้อมนำพระราชดำริและพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 มาปฏิบัติเตรียมกำหนดนโยบายทางการศึกษาที่เห็นภาพและจับต้องได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ข้อ โดยโครงการสำคัญอย่างหนึ่งคือ การยกระดับโรงเรียนที่อยู่ในภาวะไอซียู หรือโรงเรียนที่ประสบปัญหาวิกฤติทางการศึกษา ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นมีโรงเรียนที่มีภาวะไอซียู อยู่ประมาณ 10,000 โรง และสภาพปัญหาที่แตกแต่งกัน เช่น มีปัญหาขาดครู ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ โรงเรียนมีเด็กพิเศษจำนวนมาก มีปัญหาเด็กไม่มาเรียน เด็กติดยาเสพติด โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้าไปดูแลโรงเรียนเหล่านี้ เพื่อเกลี่ยงบประมาณ และให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทร่วมด้วย โดยแต่ละโรงเรียนจะต้องเป็นผู้ที่สำรวจตัวเองก่อนว่ามีปัญหาหรือไม่ และต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ทั้งนี้ หากผู้อำนวยการโรงเรียนใดสามารถพาตัวเองออกจากภาวะไอซียูได้ ก็ควรที่จะมีรางวัลตอบแทนให้ ซึ่งต้องหารือว่าจะในรูปแบบใด  และที่น่าตกใจเมื่อท่านได้ลงพื้นที่ตรวจตัวอย่างโรงเรียนไอซียูแห่งหนึ่ง พบว่าเป็นโรงเรียนนั้นอยู่ในชุมชนแออัด มีนักเรียนกว่า 900 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ติดยาเสพติดทุกคน ซึ่งโครงการนี้จะทำให้การแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาเป็นรูปธรรมโดยกำหนดให้โครงการนี้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปี ผู้เขียนขอปรบมือชื่นชม นโยบายนี้ ในฐานะที่ครูตั๋น ซึ่งมีหน้าที่สอนในโรงเรียนประจำ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูหลายท่านและหลายโรงเรียน สรุปเป็นแนวทางเดียวกัน จากการสอนนักเรียนในปัจจุบัน พบว่านักเรียนให้ความสนใจด้านการเรียนน้อยมาก ไม่มาโรงเรียน หรือมาถึงโรงเรียนแล้ว ไม่เข้าห้องเรียนหนีเรียนไปนั่งอยู่ตามต้นไม้ภายในโรงเรียน ครูไปเจอจะสอบถามเหตุผลที่นักเรียนไม่เข้าเรียนและจะได้รับคำตอบว่า  เป็นชั่วโมงว่าง หรือไม่มีครูสอน เป็นต้น แต่หากครูคนใด สอบถามว่าอยู่ห้องใดชั้นไหนเพื่อในไปตรวจสอบกับตารางเรียน ในช่วงเวลาที่นักเรียนบอกว่าว่างซึ่ง นักเรียนจะเปลี่ยนคำพูดใหม่ทันทีว่า เดี๋ยวจะเข้าห้องเรียนขอพักสักครู่ และนอกจากนี้ เมื่อเข้าห้องเรียนจะเข้าห้องช้ามาก และมีพฤติกรรมในขณะที่ครูสอน คือนักเรียนคุยกับเพื่อนแข่งกับครูในขณะสอน เมื่อครูหยุด นักเรียนก็จะหยุด เมื่อครูเริ่มสอนนักเรียนก็จะคุยต่อทันที เป็นอย่างนี้จนกระทั่งหมดชั่วโมง เมื่อครูให้ทำงานส่ง นักเรียนไม่ทำ ไม่ส่ง นัดหมายไว้เมื่อเรียนจบแต่ละบทจะสอบวัดความรู้ เมื่อถึงชั่วโมงที่ครูจะสอบวัดความรู้เพื่อเป็นเก็บคะแนน นักเรียนไม่เข้าห้องเรียน และไม่สอบวัดความรู้  นักเรียนจะปฏิเสธ การสอบเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนทุกครั้ง และบางครั้งขาดเรียน จนกระทั่งไม่มีสิทธิสอบ และเมื่อโรงเรียนจัดให้มีการสอบวัดผลกลางภาค หรือปลายภาค นักเรียนเหล่านี้ก็จะมาสอบทุกครั้ง ทั้งๆ ที่ขาดเรียนมากกว่าร้อยละ 60 นั้นคือไม่มีสิทธิ์สอบ ไม่มีคะแนนเก็บในระหว่างเรียน เมื่อโรงเรียนสอบกลางภาคและ ปลายภาคนักเรียนจะมาสอบ ซึ่งเก็บจากคะแนนสอบอย่างเดียว  เมื่อรวมคะแนนแล้วจึงไม่พอทีจะทำให้นักเรียน ผ่านในรายวิชานั้นได้ จึงเป็นปัญหาแล้ว โรงเรียนอย่างนี้ เรียกว่าโรงเรียนไอซียู ไม่ครูก็นักเรียน ผู้เขียนไม่ได้เข้าข้างใครเพราะเหตุที่เป็นครู เพราะอย่างไรก็ตาม ครูยังมีจิตวิญญาณของความเป็นครู จะปล่อยให้นักเรียนจบการศึกษาไปในขณะที่นักเรียนยังมีความรู้ไม่เพียงพอที่จะไปศึกษาในระดับสูง จะเป็นภาระของโรงเรียนอื่นต่อไป   

 ดังนั้น โรงเรียนที่มีปัญหา ที่จะต้อง เข้ารักษาในห้องไอซียู ต้องแจ้งให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทราบ และยอมรับปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไข ไม่อยากจะบอกว่าเป็นเพราะใคร ครู นักเรียน หรือ นโยบาย ครูไม่ได้ทำวิทยฐานะทุกคน และครูได้ทุ่มเวลากับการสอนนักเรียนให้เป็นคนดี มีความรู้เพื่อนำความรู้ไปใช้ในวันข้างหน้าต่อไป และที่สงสารมากก็คือ เยาวชนที่จะเติบใหญ่เป็นกำลังของประเทศชาติในอนาคต....ฉบับหน้าพบกันใหม่...สวัสดี