ขันธ์ 5

            สิ่งที่พระอรหันตเจ้าทั้งหลายดับนั้น คือขันธ์ 5 ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันเป็นเครื่องบีบเค้นโดยสิ้น ทรงไว้แต่ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ และวิมุติญาณทัศนะเท่านั้น

            ขันธ์ 5 นี้คือภาระใหญ่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสกับเหล่าภิกษุว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภาระเป็นไฉนไหนพึงกล่าวได้ว่า ภาระคืออุปทานขันธ์ 5 อุปทานขันธ์ 5 เป็นไฉน  คือการยึดถือในรูป การยึดถือในเวทนา การยึดถือในสัญญา การยึดถือในสังขาร การยึดถือในวิญญาณ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าภาระ  จึงพึงกล่าวว่าผู้นั้นคือผู้แบกถาระ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เครื่องยึดมั่นภาระเป็นไฉน ตัณหานี้ใด นำให้เกิดภพใหม่ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน มีปกติเพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าเครื่องผูกภาระ ทรงกล่าวว่า

            อะไรเป็นความเกิดแห่งรูป อะไรเป็นบ่อเกิดแห่งเวทนา อะไรเป็นบ่อเกิดแห่งสัญญา อะไรเป็นบ่อเกิดแห่งสังขาร อะไรเป็นบ่อเกิดแห่งวิญญาณ การดับไปแห่งเหตุเหล่านี้คือ ย่อมไม่เพลิดเพลิน ไม่พร่ำถึง ไม่ดื่มด่ำอยู่ในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ความยินดีในขันธ์ 5 ย่อมดับไป อุปทานจึงดับ เพราะอุปทานดับ ภพจึงดับ ชรา มรณะและทุกข์จึงดับ

ทุกข์ดับไปเพราะการสลัดคืนความเพลิดเพลินในอุปทานขันธ์ 5 อนึ่ง ผู้ละขันธ์ 5ได้แล้ว ก็ถึงซึ่งความสุขอันเกษมเรียกว่าพระอรหันต์ ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า พระอรหันต์ทั้งหลายเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐสุดในโลกกว่าสัตตาวาสแลภวัคคภพ สัตตาวาส คือที่อยู่ของวิญญาณทั้งหลาย  ภวัคคภพคือภพอันยิ่งใหญ่ทั้งปวง

            ทรงกล่าวว่าพระอรหันต์ท่านมีความบริบูรณ์อย่างไรขอบเขตแล้ว จึงไม่เรารถนาสิ่งใดจากผู้ใดอีก จึงไม่ต้องมีความสัมพันธ์กับใครเป็นพิเศษ แต่ท่านสามารถเกื้อกูลได้อย่างถ้วนทั่ว ไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง ประหนึ่งพระอาทิตย์ส่องแสงมาเกื้อกูลแก่ทุกสรรพชีวิตอย่างถ้วนทั่วเสมอภาคกันนั่นเอง

            อนึ่ง ทุกข์ทั้งปวงย่อมดับไป สิ่งที่ทรงอยู่คือ ธรรมสุขหรือความเบิกบานอันเป็นอนันต์คือนิพพาน ดังนี้

            เมื่อทุกที่กล่าวถึงสุขอันยิ่งของพระอรหันต์ผู้ซึ่งมีความแน่นอนในนิพพาน  นิพพานเป็นที่หมายของการปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์เข้าถึงความสุข ซึ่งเป็นสุขอย่างยิ่ง ก็ป่วยการจะสงสัยว่านิพพานสูญ เพราะทรงกล่าวว่า นิพพานัง ปรมัง สุขขัง แปลว่านิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง และจึงไม่ใช่ความหมายของ นิพพานัง ปรมัง สูญญัง อย่างที่พากันเข้าใจเอาว่านี่ไงนิพพานสูญ แท้จริงความหมายของคำนี้คือ สูญจากกิเลสและความทุกข์คือการเวียนว่ายตายเกิดในกองทุกข์นั่นเอง