บวงสรวงทำไม (2)

ครั้งที่แล้วเราได้เกริ่นถึงการบวงสรวงไปบ้างแล้วว่าเป็นการทำเพื่ออัญเชิญและบูชาอย่างหนึ่ง ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงการบวงสรวงอีกครั้งเพื่อให้กระจ่างยิ่งขึ้น การบวงสรวง มาจากคำว่า“บวง”คือ บูชา “สรวง” เพิ่มเข้ามาเพื่อเน้นหรือขยายคำว่าบวงให้ สวยงามขึ้น รวมคำแล้วจึงแปลว่า บูชาเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ หรือผู้มีพระคุณ เช่น พระศาสดา และบรรพชนของตน รวมถึงครูบาอาจารย์ เป็นต้น ด้วยเครื่องสังเวยและดอกไม้ ธูป เทียน เครื่องสังเวยเราเคยได้ยินว่ามีการฆ่าสิ่งมีชีวิตสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของตนด้วยความไม่เข้าใจและหลงผิด ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวว่าไม่มีผลให้เกิดความสัมฤทธิผลแต่ประการใด แต่ทรงกล่าวว่าการบวงสรวงมีผลที่ไม่ได้หมายถึงการบวงสรวงเทวดา แต่หมายถึงการทำคุณความดีต่างๆ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นการบูชาที่ให้ผล

จึงเห็นได้ว่าแม้ในพุทธศาสนาเองก็ไม่ถือว่าการบวงสรวงเป็นเรื่องที่เสียหาย เพียงแต่จะเป็นคนละความหมายกับลัทธิศาสนาอื่น เนื่องจากเรามักคุ้นกับการเซ่นสรวงบูชาของพราหมณ์หรือศาสนาฮินดู และการเซ่นสรวงของลัทธิบูชาสิ่งเร้นลับต่างๆ ซึ่งนั่นก็เป็นความเชื่อของแต่ละศาสนาไป ที่เรายังเห็นอยู่ตามพิธีการต่างๆ ซึ่งมักเป็นพิธีพราหมณ์ ที่กระทำเพื่ออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามลัทธิความเชื่อในเรื่องเทพ พรหมด้วยเครื่องบูชาหรือเครื่องสังเวยเต็มโต๊ะ ด้วยหวังว่าเทพ พรหมของตนจะมารับเครื่องสังเวยมากมายนั้นแล้วจะพึงใจในเครื่องสังเวยนั้นแล้วจะให้พรแก่ตน แท้จริงแล้วเทวดาไม่ได้ต้องการอาหารอย่างมนุษย์เลย แต่จะพึงใจในบุญกุศลที่เราทำแล้วอุทิศผลแห่งบุญนั้นให้มากกว่าเครื่องสังเวยนั้น กุศลอันอุทิศนั้นจะไปสร้างความพึงใจพลอยอนุโมทนาให้ ผลจึงเกิดจากการนี้ แต่การถวายเครื่องสังเวยแบบนี้ใช่ว่าจะไม่ให้ผล เพราะเมื่อเสร็จการบวงสรวงเครื่องสังเวยจะถูกแบ่งปันกันไป ตรงนี้ถือเป็นการให้ทานซึ่งเป็นบุญกริยาหนึ่ง และหากมีความตั้งใจจริงที่จะทำก็ถือเป็นการบูชาด้วยใจ ความตั้งใจทำก็ถือเป็นอธิษฐานบารมีตัวหนึ่ง ก็นับว่าได้ผลอยู่หากการกระทำนี้ไม่มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

แต่ตามคติบูชาของชาวพุทธแล้ว การบวงสรวงถือเป็นการกระทำเพื่อบูชาคุณความดีของสิ่งที่ตนนับถือ ด้วยการปฏิบัติบูชาด้วยกาย วาจา ใจ ด้วยเครื่องบูชาอันประณีตตามกำลังแห่งตนถือเป็นการบูชาด้วยการสละแรงกายเป็นกายบูชา การตั้งใจสละวางในทรัพย์สินเพื่อจัดเตรียมเครื่องสังเวยบูชา รวมถึงเครื่องสังฆทานสำหรับพระสงฆ์ที่มาร่วมในพิธี และตั้งใจกระทำการต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ถือเป็นการบูชาด้วยใจ การพูดถึงและชักชวนหรือสั่งการเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี และการกล่าวคำบูชาอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธ์ผู้มีพระคุณทั้งหลาย นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าเป็นต้นมาถึงเทพ พรหม ครูบาอาจารย์ บิดามารดาทั้งหลาย ด้วยถ้อยคำอันอ่อนน้อม ถือเป็นการบูชาด้วยวาจา เหล่านี้ถือเป็นพิธีบวงสรวงในพุทธศาสนา

จุดสำคัญของการบวงสรวงของชาวพุทธจึงอยู่ที่ว่าเป็นการตั้งใจกระทำด้วยจิตอันเป็นกุศลมีการบำเพ็ญกุศลเป็นเครื่องรองรับก่อนทำก็เตรียมการด้วยจิตอันเป็นกุศลกอปรด้วยเมตตาเป็นที่ตั้งขณะทำก็กระทำด้วยความตั้งจิตไว้ดี กล่าวถ้อยคำอัญเชิญไปอย่างทั่วถึงสรรเสริญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายด้วยถ้อยคำอันดีและถวายเครื่องบูชานั้นด้วยความตั้งใจดีหลังทำมีจิตเมตตาแผ่ส่วนกุศลนี้ออกไปให้ทั่วแล้วอย่าลืมอุทิศส่วนกุศลนี้ถวายตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นมาถึงเทพพรหม ผู้มีพระคุณ ไปถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ถ้วนทั่ว นี่จึงถือว่าเป็นการบวงสรวงที่ให้ผล ไม่เว้นว่าจะเป็นพิธีพุทธ หรือพิธีพราหมณ์