แดดกล้าในม่านเมฆ

เพียงแค่สัญญาณดังขึ้นเพื่อประกาศให้รู้ว่าเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เท่านั้นแหละ ทุกพื้นที่ของไทยก็ชุ่มแฉะไปด้วยฝนฟ้าคะนอง แถมพายุและลมแรงให้ได้รับความเสียหายกันมากบ้างน้อยบ้างถ้วนทั่วแทบครบทุกพื้นที่

จากความเสียหายกับพิษภัยแล้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็พลิกผันไป

ก็บอกลาเอลนิโญ่แล้วตั้งท่ารับมือลานิญ่ากันต่อไป

โดยมีจุดแบ่งอันเป็นการสิ้นสุดและเริ่มต้นของฤดูกาล ก็เดือนพฤษภาคมนี่แหละ

นอกจากสภาพดินฟ้าอากาศแล้ว เดือนพฤษภาคมนี้ก็นับเป็นจุดเริ่มของโครงการที่สำคัญอีกโครงการหนึ่งของบ้านเมืองเรา นั่นคือโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ

เคยเขียนถึงโครงการนี้ไปรอบหนึ่งแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนปีนี้ ที่รัฐบาลมีมติเมื่อ 5 เมษายน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติ

กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานใหญ่ !!

หน่วยงานหลักก็เห็นจะไม่พ้นกรมปกครอง ดำเนินการจัดสรรเงินงบประมาณกันไปด้วยยอดเงิน 15,000 ล้านบาทเพื่อแบ่งจ่ายให้กับ 74,965 หมู่บ้านทั่วประเทศ หมู่บ้านละ 200,000 บาท

แต่ละท้องที่เอาเงินนี้ไปใช้ขับเคลื่อน กิจกรรม โครงการ ที่มาจากประชนคิด ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันทำ และประชาชนร่วมรับประโยชน์ นัยว่าเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนตามแต่ละพื้นที่นั้นๆ

เอาเงินไปแล้วต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 เดือน คือ 1 พค.-31 กค.2559 นี้

คณะกรรมการหมู่บ้านจะเป็นกลไกลในการขับเคลื่อน และตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการที่ลงมือทำไป ซึ่งจะมีคณะกรรมการบริหารงานอำเภอ คณะกรรมการระดับจังหวัด กำกับดูแลให้คำปรึกษากันไปตามลำดับชั้น

เหมือนเคยบอกไว้นั่นแหละ ว่าถ้าเป็นยุคเก่าก่อนก็คล้าย “โครงการเงินผัน”ของนายกหม่อมดึกฤทธิ์นั่นเอง!!

เป็นการนำเงินลงสู่รากหญ้า สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพใหญ่

แน่นอนครับ ! เงินในโครงการนี้เขามีข้อห้ามกันถี่ยิบเหมือนกัน เช่น ห้ามนำเงินไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้านหรือลักษณะกองทุนหมุนเวียน ห้ามนำไปใช้ในโครงการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงานไม่ควรจัดซื้อครุภัณฑ์ยกเว้นแต่เป็นครุภัณฑ์จำเป็นประกอบโครงการ โดยหมู่บ้านต้องเสนอแผนการใช้และบำรุงรักษาประกอบไว้ด้วย

ไม่เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อนแผนงานหรือโครงการ หรือกิจกรรมของส่วน ราชการ ,หน่วยงาน ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดำเนินการในพื้นที่นั้นหรือมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว

ที่สำคัญต้องจ้างแรงงานที่เป็นคนไทยเท่านั้น จะไปจ้างแรงงานต่างด้าวไม่ได้ !!!

นี่อำเภอเมืองเชียงรายก็รับไปแล้ว 57.6 ล้านบาทสำหรับ 15 ตำบล 228 หมู่บ้านใช้ใน 240 โครงการจะเป็นอะไรที่ไหนบ้างก็ค่อยรายงานกันต่อไป

จากนี้ไปในช่วงสามเดือนคงจะเห็นความคึกคัก คึกครื้น ในหมู่บ้านขึ้นบ้าง

อย่าไปคิดอะไรมาก !!!