จากแม่สายข้ามสู่ท่าขี้เหล็ก ค้าขายเงียบเหงาไม่แพ้กัน

            ปีนี้ฝนชุ่มฟ้าปลาชุ่มน้ำ นับแต่ยังไม่ทันเข้าพรรษาฝนก็มาเสียแล้ว และจนวันนี้ล่วงเลยเข้ากลางพรรษาแล้วก็ยังไม่ขาดเม็ด แถมบางช่วงบางตอนหนังหน่วงต่อเนื่องจนท่วมทันล้นตลิ่ง บ้านเรือนร้านค้าเดือดร้อนกันไปตามระเบียบ

            ที่สะพานชายแดนแม่สายภาพคนวิดน้ำในร้านค้า ตักขี้โคลนที่ไหลมากับน้ำเข้าในครัวเรือน

            ใครที่ไม่เคยเจอน้ำท้วมบ้าน จะไม่รู้หรอกว่าทุกข์แค่ไหน?

          และใครก็ไม่รู้อีกนั้นแหละว่าร้านค้าที่โดนน้ำท่วมมาสามครั้งแล้วในปีนี้ จะสาหัสขนาดไหน?ไหนจะสินค้าที่เสียหาย ไหนจะตัวเรือนตัวร้าน ไหนจะลูกค้าที่ต้องห่างหาย เหมือนกับว่าสายน้ำได้พัดพารายได้ที่ควรได้ของเขา หายไปต่อหน้าต่อตา

            พ่อค้าแม่ค้าย่านสายลมจอย-แม่สายไม่เคยท้อแท้แม้จะเจอมาหลายรอบ !!

          “ปีนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้นนะ นักท่องเที่ยวที่หายไปก็ยังไม่กลับมา มีแต่นักท่องเที่ยวจีนมามากแต่ไม่ค่อยซื้อของไม่เหมือนนักท่องเที่ยวไทย ยิ่งเจอน้ำท่วมบ่อยๆเข้าไปอีก ต้องบอกว่าเหนื่อยคำเดียวเลย”

          นั่นเป็นคล้ายเสียงครวญจากคนค้าในย่านนั้น

            ส่วนที่เป็นบ้านเรือนในตรอกซอกซอยที่อยู่ใกล้แม่น้ำสาย ยังไม่เสร็จสิ้นจากการทำความสะอาด หรือการซ้อมแซมส่วนเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม

          เทศบาลเองก็ยังไม่เสร็จจากการเคลียร์โคลนในถนนบางสาย บางซอย !!

          เดินเลยข้ามพรมแดนออกไป แม่น้ำสายยังคงดุดันในปริมาณที่เพิ่งคลายจากอาการล้นตลิ่ง การแก้ไขปัญหาอาคารก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพิ่งจะเห็นเป็นรูปร่างก็ตอนนี้ ทั้งๆที่ตอนก่อสร้างไม่เห็นมีใครสักคนที่จะออกไปห้ามไปทักท้วง ทั้งๆที่ทำผิดกฎหมายกันใกล้จมูกแค่นั้น

            มึงทำได้กูก็ทำได้...วัฒนธรรมเถื่อนนี้จึงตามมา !!

          แม่น้ำสายจากที่เคยกว้างขวางก็ค่อยๆแคบลงๆกลายสถาพเป็นคลองหลังบ้านไป

          ยามหน้าน้ำ...ธารทุกสายไหลรวมกันมาจากดินแดนพม่าโน่น น้ำจากดอยทุกดอยจากพื้นที่ในเขตพื้นบ้านไหลหลากรวมลงที่แม่น้ำสาย เมื่อปริมาณมันมากพอก็เพิ่มความเกรี้ยวกราด บนสีแดงขุ่น ทะลักทำร้ายชานเมืองอย่างแม่สาย...เป็นประจำ !!

          และเพราะเส้นทางน้ำไหลมันแคบลง

            ที่ไม่ต่างจากบ้านเราคือ ท่าขี้เหล็ก ที่วันนี้ยังคงกวาดล้างเช็ดถูบ้านเรือน ร้านค้า กันแบบครบวงจร ลูกจ้างแต่ละคนมือเป็นระวิง วางไม้ถูพื้นแล้วมานั่งเช็ดขวดเหล้าขวดไวน์ที่มีคาบน้ำท่วมติดค้างอยู่ และยกตู้แช่ ตู้โชว์ หนุนกันสูงขึ้น

            เพราะยังมั่นใจว่าน้ำมันจะมาอีกแน่ !

          ที่ไม่มั่นใจคือมันจะมาอีกกี่รอบเท่านั้น !

          ท่าขี้เหล็กยามนี้ก็เป็นที่รู้กัน ว่าจากการเข้มงวดสินค้าผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้ามแดนเข้าไทย ประกอบกับกระแสยาบ้าสินค้าแบรนด์เนมหายไป ร้านค้าที่นั่นก็เงียบเหงาลงถนัดใจ

            ชนิดเดินเบียดเสียดกันจนได้กลิ่นจั๊กกะแร้ไม่มีแล้ว !

          พิษเศรษฐกิจไม่เข้าใครออกใคร ร้านค้าเพชรพลอยระดับแสน ก็เหงาหงอยเหมือนร้านขายผ้าห่มระดับพัน หนาวที่แล้วคาดว่าคนจะมาเยอะ ก็กลับกลายเป็นน้อย

          หนาวนี้ก็เช่นกันได้แต่คาดหวังกันต่อไปอีก ว่าเขาคงมาต่อลมหายใจให้คนค้าคนขายได้บ้าง อย่างน้อยก็ช่วยให้การค้าขายแถบชายแดนกลับมามีชีวิตชีวา ลบล้างความซบเซาที่เป็นอยู่ลงไปบ้างก็ยังดี !!