รุมค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ??

รุมค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ??

การระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ระยะที่ 2 ยังคงเป็นเรื่องน่าจับตาโดยเฉพาะคนในพื้นที่ เขามองปัญหานี้ไปในทางใดเป็นสิ่งที่หน้าติดตาม มันทำลายทรัพยากรแค่ลุ่มน้ำโขงหรือยังมีผลกระทบมากมายด้านอื่นๆ ต้องฟังความคิดเขาเหล่านี้

นายเดชพัฒน์ มโนวงศ์เลขาธิการสภาประชนลุ่มน้ำอิง กล่าวว่าโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงระยะที่ 2 เพื่อเปิดทางให้เรือจีนเข้ามาในลาวนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขงอย่างเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำอิงซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับแม่น้ำโขง เพราะถ้าระดับน้ำโขงไม่ถึงขั้นระดับสูงสุด จะไม่มีน้ำไหลเข้าไปในแม่น้ำสาขาเลย พันธ์ปลา พืชพันธ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในแม่น้ำอิงก็จะโดนทำลายไปด้วย และระดับน้ำที่กล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมของประชนที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำอิงด้วย

สภาประชาชนลุ่มน้ำอิงจึงไม่เห็นด้วยกับการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง !!

นางเตือนใจ ดีเทศน์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่าประชาชนไม่มีเจตนารมณ์ใดๆที่ไม่ดี แต่ห่วงเรื่องทรัพยากรเท่านั้น และการกระทำของทุกคนในวันนี้คือตามสิทธิประชาชนในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องการระเบิดแก่งนี้เมื่อครั้ง กสม. ชุดแรกเข้ามาทำงาน ก็ได้จดทำรายงานพิจารณาข้อเท็จจริงไว้ และทราบว่า ครม. ยุคนั้นรับทราบแล้วว่า โครงการยุติไปแล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กลับมามติ ครม. รอบใหม่ว่าให้ศึกษาโครงการนี้อีกครั้ง ก็เข้าใจดีว่าประชาชนกังวลและตระหนักในปัญหานี้ไม่น้อย

ขณะที่นายประนอม เจิมชัยภูมิ ประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าการระเบิดแก่งน้ำโขงไม่ได้ทำลายแค่ทรัพยากรเท่านั้น แต่ทำลายเศรษฐกิจฐานรากด้วย และเป็นการเปิดทางให้ประเทศจีนขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางการเมือง การทหาร และยึดอำนาจเศรษฐกิจของไทย

“จีนต้องการระบายสินค้าของประเทศของตน เพื่อสร้างรายได้เข้าบ้านตัวเอง ถามว่าคนไทยได้อะไรบ้าง?เราไม่มีได้เลยมีแต่เสียกับเสีย ทีนี้ถ้าถามว่าทำไมเราต้องคัดค้านตั้งแต่ระดับการศึกษาข้อมูล ก็เพราะว่าประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า รัฐบาลไทยไม่ว่าจะศึกษาอะไรก็ตาม โครงการใดก็ช่าง คำตอบชัดเจนของการศึกษาคือต้องศึกษาให้ผลออกมาดี เหมาะสม ถูกต้อง

อย่างการศึกษาระเบิดแก่งนี้เรารู้อยู่แล้วว่า ผลออกมามันจะต้องให้คำตอบว่า ‘น่าจะระเบิด’ ไม่มีทางเป็นอื่นแน่ๆ การศึกษาความเป็นไปได้ การเอาเรือมาสำรวจ จึงเท่ากับว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งในการเตรียมระเบิดแก่งน้ำโขงเท่านั้นเอง ...”นายประนอมกล่าว

จากนี้ไปถ้าประชนอยากเห็นชุมชนยั่งยืน ต้องมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ สำหรับความเห็นส่วนตัวในเรื่องนี้ไม่ขออ้างในฐานะสภาฯ คิดว่าปัจจุบันนี้เราฝากความหวังกับรัฐยุคนี้ไม่ได้ !!

เพราะตัวเอย่างมันเห็นชัดเจน เช่น ความพยายามของประชาชนในหลายพื้นที่ อย่างมีส่วนร่วมรักษาป่า แต่รัฐบาลไม่ให้โอกาส มีแต่จะปิดทางการมีส่วนร่วมเสมอ เห็นชัดหลายประเด็นแล้วว่ารัฐบาลไล่บดขยี้พี่น้อง จนต้องทนทุกข์ระทมอย่างมาก

ดังนั้น-ความหวังในการฟื้นฟูชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น ต้องเริ่มจากประชาชนตัวเล็กๆเท่านั้น !!

สำหรับสภาฯเองเคยมีฉันทามติแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ว่าโครงการต่างๆที่ทำโดยทุนใหญ่ของประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะทำลายแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน การระเบิดแก่ง ฯลฯ เราไม่เอาและไม่เห็นด้วย

ซึ่งล่าสุด...ข่าวดีเมื่อเร็วๆนี้พบว่าสถานศึกษาในจังหวัดเชียงราย โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประกาศชัดเจนแล้วว่า ไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับโครงการศึกษาการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง อย่างแน่นอน !!??